ปี 2553: ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ DEMCO-W1, DEMCO-W2 ได้ใช้สิทธิแปลงสภาพในสัดส่วนร้อยละ 85.06 และ 99.33 บริษัทได้ใช้เงินทุนบางส่วนลงทุนในโครงการพลังงานลมเขาค้อในสัดส่วนการถือหุ้นประมาณร้อย 10 และในปีเดียวกัน บริษัทได้จัดโครงสร้างเงินทุน โดยออกใบสำคัญแสดงสิทธิ DEMCO-W3 และ DEMCO-W4 เพื่อรองรับการขยายการลงทุนในอนาคต

ตามมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2553 เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2553 มีมติให้บริษัทเพิ่มวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท จาก 48 ข้อ เป็น 59 ข้อ เพื่อให้ครบถ้วนเพียงพอในการที่บริษัทจะเป็นผู้ลงทุนในกิจการผลิต และจำหน่ายระบบสาธารณูปโภค รวมถึงธุรกิจการค้าด้านอื่นๆ ซึ่งเป็นแผนการดำเนินงานเพื่อขยายธุรกิจให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน

ต่อมาที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/ 2553 เมื่อวันที่ 23 กรกฏาคม 2553 ได้มีมติให้บริษัทลดทุนจดทะเบียนจาก 451.9 ล้านบาทเป็น 435.4 ล้านบาท โดยตัดหุ้นสามัญจดทะเบียนที่ยังไม่ได้จำหน่าย จำนวน 16.5 ล้านหุ้น ซึ่งเหลือจากการจัดสรรเพื่อรองรับการใช้สิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญที่ออกใหม่ชนิดระบุชื่อผู้ถือหุ้นและสามารถเปลี่ยนมืได้ซึ่งได้จักสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 (DEMCO-W1, DEMCO-W2) เนื่องจากใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวหมดอายุเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2553 และ 10 มิถุนายน 2553 ตามลำดับ จึงไม่จำเป็นต้องมีหุ้นไว้รองรับการใช้สิทธิอีกต่อไป และมีมติให้บริษัทเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 435.4 ล้านบาทเป็น 635.4 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญจำนวน 200.0 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 บาท แบ่งการจัดสรรเป็นหุ้นจำนวน 110.0 ล้านหุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญที่ออกใหม่ชนิดระบุชื่อผู้ถือและสามารถเปลี่ยนมือได้ซึ่งได้จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท ครั้งที่ 3 (DEMCO-W3) หุ้นจำนวน 74.0 ล้านหุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญที่ออกใหม่ชนิดระบุชื่อผู้ถือและสามารถเปลี่ยนมือได้ ซึ่งได้จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมครั้งที่ 4 (DEMCO-W4) และหุ้นจำนวน 16.0 ล้านหุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญที่ออกใหม่ชนิดระบุชื่อผู้ถือและไม่สามารถเปลี่ยนมือได้ซึ่งได้จัดสรรให้แก่กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัท ครั้งที่ 2 (ESOP# 2)

และ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2553 ที่ประชุมคณะกรรมการ ครั้งที่ 6/2553 ได้มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน จำนวน 40 ล้านหุ้น ในวงเงินไม่เกิน 214 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.19 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยวิธีซื้อคืนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กำหนดระยะเวลาซื้อคืนตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2553 ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2554 ณ วันครบกำหนดระยะเวลา บริษัทซื้อหุ้นคืนแล้วทั้งสิ้น 32.48 ล้านหุ้น เป็นเงิน 165.16 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7.33 ของทุนชำระแล้ว