ปี 2535 - 2546 พัฒนาการก่อนการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม. เอ. ไอ.

บริษัทเริ่มเปิดดำเนินการโรงงานผลิตเสาโครงเหล็กและอุปกรณ์จับยึดในปี 2537 โดยได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และในปีเดียวกันนั้น บริษัทชนะการประมูลงานงานออกแบบ จัดหา และติดตั้งงานระบบจำหน่ายไฟฟ้า 22-33 เควี ในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งถือว่าเป็นงานแรกของบริษัท ต่อมาในปี 2538 บริษัทเปิดโรงงานบ่อชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อนขนาด 1.2 x 4.0 x 1.5 เมตร เพื่อใช้ชุบงานเสาโครงเหล็กและอุปกรณ์จับยึดที่โรงงานผลิต พร้อมทั้งได้เริ่มขยายงานสู่ภาคเอกชนมากขึ้น โดยโครงการแรก ได้แก่งานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย ระบบ 115/22 เควี ของบจก. ฮอนด้า คาร์ แมนูแฟคเจอริ่ง จ. อยุธยา และสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ. อยุธยา นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับงานวางระบบและติดตั้งไฟฟ้าแรงต่ำในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น บจก.สยามลวดเหล็ก (บริษัทในเครือบมจ. ปูนซิเมนต์ไทย) บจก. ยูเอ็มซี จ. ชลบุรี และ บจก. ไทยน้ำทิพย์ เป็นต้น

ในปี 2539 บริษัทเริ่มรับงานออกแบบและติดตั้งระบบทำความเย็นให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมและหน่วยงานราชการ เช่น โรงงานหล่อดอกยางเครื่องบิน จ. สระบุรี อาคารสถานีศูนย์ฝึกอบรมของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่ อ.บางปะกง จ. ชลบุรี และต่อมาในปี 2540 บริษัทเริ่มงานระบบเคเบิ้ลใต้ดินเป็นครั้งแรก ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในบริเวณเขื่อนศรีนครินทร์ จ. กาญจนบุรี และงานสายส่ง 115 เควี เป็นครั้งแรกให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และบริษัทเอกชนต่างๆ เช่น บจก. อมตะ เอ็กโก้ พาวเวอร์ เป็นต้น

ต่อมาในปี 2544 บริษัทเริ่มรับงานการจัดหา ก่อสร้างฐานราก ติดตั้งเสาโทรคมนาคม พร้อมอุปกรณ์สื่อสาร เช่น ชุด Antenna ชุดจาน Microwave ให้แก่หน่วยงานราชการและเอกชน เช่น กฟภ. กรมการปกครอง บมจ. โทเทิล แอคเซสแอนด์คอมมูนิเคชั่น (DTAC) บจก. อัลคาเทล และบจก. โมโตโลร่า (ประเทศไทย) ในโครงการ TA Orange เป็นต้น และในปี 2546 บริษัทได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงานกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน นอกจากนี้ หน่วยงานราชการและภาคเอกชน ได้ว่าจ้างบริษัทเป็นที่ปรึกษาทางด้านการอนุรักษ์พลังงาน เช่นมหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ โรงพยาบาลสวนปรุง จ. เชียงใหม่ เป็นต้น