หน้าแรก ร่วมงานกับเรา ติดต่อเรา
Th En
การกำกับดูแลกิจการที่ดี
Demco

บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นธรรม สุจริตโปร่งใส ยึดแนวปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตามแนวทางที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนด สำหรับคณะกรรมการทุกคนในการปฏิบัติหน้าที่ ได้ยึดถือการปฏิบัติตาม Fiduciary Duty สำคัญ 4 ประการ คือ การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบด้วยความระมัดระวัง (Duty of Care) การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อรักษาผลประโยชน์ของบริษัท และผู้ถือหุ้น (Duty of loyalty) การปฏิบัติตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ มติคณะกรรมการ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น (Duty of Obedience) และการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้องครบถ้วน โปร่งใส และทันเวลา (Duty of Disclosure) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมความเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืนของบริษัทฯ

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญต่อนโยบายการกำกับดูแลกิจการมาโดยตลอด กำหนดให้การกำกับดูแลกิจการเป็นหนึ่งในดัชนีวัดผลการดำเนินงานของบริษัทฯ รวมทั้งกำหนดให้มีการจัดทำแผนการดำเนินงาน เพื่อยกระดับการกำกับดูแลกิจการให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลอย่างสม่ำเสมอ ในปี 2559 คณะกรรมการฯ ได้ มีการปรับปรุงนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และหลักการบริหารกิจการที่ดี ตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประกาศกำหนด โดยเฉพาะการนำสาระสำคัญของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2559 ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ 3/2559 เรื่อง การกำหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจของกรรมการและผู้บริหารของบริษัท (ฉบับที่ 2) แนวปฏิบัติในการเปิดเผยและรักษาข้อมูลที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ และแนวปฏิบัติในการจัดการข้อมูลลับที่มีผลต่อราคาหลักทรัพย์ของ กลต. เข้ามาเป็นประเด็นในการพัฒนาระบบนิเวศน์ของธรรมภิบาลในองค์กร เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้บริษัทฯ มีระบบการปฏิบัติงาน และการกำกับดูแลกิจการตามหลักปฏิบัติที่ดี มีวัฒนธรรมองค์กรด้านจริยธรรมที่เข้มแข็ง สร้างค่านิยม I DEMCO และจิตสำนึกของบุคลากรในบริษัท ให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจการของบริษัทด้วยความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ต่อวิชาชีพ ด้วยความมานะ มุ่งมั่น ตั้งใจจริงที่จะประสบความสำเร็จ ด้วยความเชื่อมั่นในการทำงานร่วมกันเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความรอบรู้ เชี่ยวชาญ ให้คุณภาพที่ดีแก่ลูกค้าสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง มีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม รวมทั้งมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านการต่อต้านการทุจริต บริษัทได้ประกาศเจตนารมณ์เข้าเป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption : CAC) เพื่อให้บริษัทฯ มีการปฏิบัติงานที่โปร่งใส เป็นที่ยอมรับของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยคณะกรรมการ CAC ได้มีมติรับรองมาตรฐานการต่อต้านการคอร์รัปชั่นให้เป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2559 และปัจจุบันบริษัทฯได้พัฒนาการรับรู้เรื่องการต่อต้านทุจริตในหมู่พนักงาน และผู้บริหาร เพื่อเป็นเครื่องมือในการควบคุมดูแลการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นด้วย

ผลจากความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นธรรมสุจริต โปร่งใส ยึดแนวปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ส่งผลให้การประเมินผลสำรวจ โครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการ บริษัทจดทะเบียนไทย ตามรายงาน Corporate Governance Report of Thai Companies 2016 บริษัทฯ ได้คะแนนอยู่ในกลุ่ม ดีเลิศ (Excellent) และกลุ่ม Top Quartile กลุ่มหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาด 3,000- 9,999 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯ มีความตั้งใจที่จะพัฒนาการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีในหมวดของการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียม การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย และความรับผิดชอบของคณะกรรมการให้ได้รับผลการประเมินมากกว่า 90% โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความสำคัญการดำเนินกิจการอย่างยั่งยืน และการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่ใช่ทางการเงิน

โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ

นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

บริษัทฯ ได้จัดทำนโยบายกำกับดูแลกิจการเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน ตั้งแต่ปี 2549 ได้มีการปรับปรุงให้ทันสมัยตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งคณะกรรมการบริษัทฯ ได้รับทราบ และถือปฏิบัติตามข้อพึงปฏิบัติที่ดี สำหรับกรรมการจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ จึงได้ประพฤติปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตสำนึกที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ มีคุณธรรม และจริยธรรม และตระหนักในชื่อเสียง และเกียรติคุณของบริษัทฯ

บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการผลักดันการสร้างวัฒนธรรมบรรษัทภิบาลอย่างเป็นรูปธรรม มีการพัฒนาปรับปรุงนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามคำแนะนำของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การรณรงค์ส่งเสริมหลักการบรรษัทภิบาล และรณรงค์เรื่องบรรษัทภิบาลออกสู่ภายนอกองค์กร รวมทั้งการส่งเสริมรณรงค์การเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มอบหมายให้เป็นหน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนที่จะต้องศึกษาทำความเข้าใจในนโยบายการกำกับดูแลกิจการ จริยธรรมในการประกอบธุรกิจ จรรยาบรรณของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน และยึดถือปฏิบัติเป็นคุณธรรมประจำใจ โดยกรรมการ และผู้บริหารต้องประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี และพนักงานต้องปฏิบัติตามนโยบาย และข้อพึงปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้บริษัทฯ ถือว่านโยบายการกำกับดูแลกิจการ เป็นส่วนหนึ่งของระเบียบการปฏิบัติงาน คู่มือปฏิบัติงานของบริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย

บริษัทได้มีการทบทวนและปรับปรุงนโยบายการกำกับดูแลกิจการ เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทฯ และแนวทางการกำกับดูแลกิจที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2555 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ครอบคลุมหลักการกำกับดูแลกิจการที่สำคัญ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสรรหาค่าตอบแทนและบรรษัทภิบาล และคณะกรรมการบริษัท อนุมัตินโยบายการกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการบริษัท ได้ตระหนักถึงประโยชน์และความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี ทั้งนี้เพื่อเป็นการเสริมสร้างความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ อันจะสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นแก่ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย จึงได้กำหนดเป็นนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่เป็นลายลักษณ์อักษรและถือเป็นมาตรฐานการปฏิบัติสำหรับบริษัทซึ่งครอบคลุมหลักการสำคัญ ดังต่อไปนี้

  • การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
  • การปฏิบัติหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท ในการกำกับดูแลและการบริหารงานด้วยความซื่อสัตย์ มีคุณธรรม รอบคอบและระมัดระวัง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของบริษัท และให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น ตลอดจนดูแลมิให้เกิดปัญหาความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ต่างๆ
  • การบริหารงานด้านความโปร่งใสภายใต้ระบบการควบคุมและการตรวจสอบภายในตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอ และสามารถตรวจสอบได้ แก่ผู้ถือหุ้นและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อให้ทราบข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน โดยบริษัทจะสนับสนุนให้มีการใช้บัตรลงคะแนนเสียงในวาระที่สำคัญ เช่น การทำรายการที่เกี่ยวโยง การทำรายการได้มา หรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ เพื่อความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้
  • การควบคุมและบริหารความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการดำเนินกิจการของบริษัท
  • การดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ภายใต้กรอบของกฎหมาย จริยธรรมทางธุรกิจ รวมถึงการดูแลสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ยังกำหนดให้คณะกรรมการบริษัททบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทและประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และจะกำหนดให้มีการรายงานผลการปฏิบัติงานต่างๆ ให้แก่ผู้ถือหุ้นทราบ

ในปี 2559 บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี จึงได้กำหนดนโยบาย และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องในด้านต่างๆ ไว้ในคู่มือนโยบายการกำกับดูแลกิจการ จริยธรรมในการประกอบธุรกิจ นโยบายการควบคุมการใช้ข้อมูลภายใน และคู่มือขอบเขตอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบไว้อย่างชัดเจน และบริษัทฯ ดำเนินการตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างเคร่งครัด สรุปได้เป็น 5 หมวด ดังนี้

Demco

หลักการ : ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในความเป็นเจ้าของโดยควบคุมบริษัทผ่านการแต่งตั้งกรรมการให้ทำหน้าที่แทนตนและมีสิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของบริษัท บริษัทจึงควรส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิของตน

การปฏิบัติของบริษัท : คณะกรรมการบริษัทฯ ให้ความสำคัญเกี่ยวกับสิทธิในด้านต่างๆ ของผู้ถือหุ้น ทั้งในฐานะนักลงทุนและฐานะเจ้าของบริษัท โดยไม่กระทำการใดๆ ที่จะเป็นการละเมิดหรือลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น และได้กำหนดเป็นนโยบายและเปิดเผยในคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท

ในปี 2559 คณะกรรมการได้ส่งเสริมและสนันสนุนให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิของตน ดังนี้

  • สิทธิพื้นฐานตามกฏหมาย : ดูแลอำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิต่าง ๆ ได้แก่การมีส่วนแบ่งในเงินปันผลอย่างเท่าเทียมกัน การซื้อขายหรือโอนหุ้น ได้รับการจัดการโดยนายทะเบียนหุ้นที่มีมาตรฐานเชื่อถือได้
  • สิทธิในการได้รับข้อมูลข่าวสารที่สำคัญ: เปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงาน นโยบายการบริหารงานของบริษัทรวมถึงข้อมูลที่ถือเป็นรายการเกี่ยวโยงระหว่างบริษัทและบุคคล ที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่มีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงสารสนเทศที่บริษัทฯ เปิดเผยตามข้อกำหนดต่างๆผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเว็บไซต์ ของบริษัท (www.demco.co.th)
  • สิทธิในการเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนน : บริษัทมีนโยบายให้มีการแจ้งและเผยแพร่รายละเอียดวาระประชุม รวมถึงกำหนดการประชุม และสถานที่ประชุม ก่อนถึงกำหนด 30 วัน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกประเภทสามารถวางแผนเข้าร่วมประชุมล่วงหน้า โดยกำหนดสถานที่ประชุม ไปมาสะดวก มีการลงทะเบียนด้วยระบบ Bar Code ที่รวดเร็ว อำนวยความสะดวกและเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นทุกรายได้เข้าร่วมประชุมและใช้สิทธิออกเสียง ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองได้ ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้กรรมการอิสระหรือบุคคลใดๆ เข้าร่วมประชุมแทนได้โดยใช้หนังสือมอบฉันทะที่ได้จัดส่งไปให้พร้อมหนังสือนัดประชุม ซึ่งเป็นแบบที่ผู้ถือหุ้นสามารถกำหนดทิศทางออกเสียงได้ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด และบริษัทยังได้จัดอากรแสตมป์ไว้สำหรับผู้ถือหุ้น ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี2559 บริษัทกำหนดให้มีการประชุมภายในไม่เกิน 4 เดือน นับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี โดยบริษัทจะจัดส่งหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น ข้อมูลประกอบการประชุม แก่ผู้ถือหุ้น ก่อนวันประชุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนวันประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นศึกษารายละเอียดก่อนตัดสินใจลงคะแนนในวันประชุม นอกจากนี้ บริษัทกำหนดให้มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมล่วงหน้าโดยผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท (www.demco.co.th) และโฆษณาคำบอกกล่าวนัดประชุมในหนังสือพิมพ์ 3 วัน ติดต่อกันและไม่น้อยกว่า 3 วันก่อนวันประชุม ด้วย

    นอกจากนี้บริษัทยังมีนโยบายในการอำนวยความสะดวกต่อผู้ถือหุ้นในการเข้าร่วมประชุมโดยกำหนดให้จัดการประชุมผู้ถือหุ้นในสถานที่ที่ผู้ถือหุ้นสามารถเดินทางสะดวกเช่นในแนวสถานีรถไฟฟ้า เป็นต้น

ในวันประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทได้จัดให้มีการลงทะเบียนแบบระบบบาร์โค้ดที่แสดงถึงเลขทะเบียนผู้ถือหุ้นแต่ละราย เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับความสะดวกและรวดเร็วในการลงทะเบียน นอกจากนี้ในการออกเสียงแต่ละวาระบริษัทได้ใช้วิธีเก็บบัตรลงคะแนนเสียงเฉพาะบัตรลงคะแนนเสียงที่ไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง เพื่อคำนวณหักออกจากผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนทั้งหมด และสำหรับวิธีการนับคะแนน บริษัทใช้ระบบ e-voting เป็นเครื่องมือช่วยนับคะแนน เพื่อความรวดเร็วและประกาศผลคะแนนได้ทันทีหลังจากจบการพิจารณาแต่ละวาระ และผู้ถือหุ้นสามารถขอตรวจสอบได้ภายหลังจบการประชุม ทั้งนี้ในการนับคะแนนบริษัทจะขออาสาสมัครจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 1 คน เป็นผู้ร่วมในขั้นตอนนับคะแนนดังกล่าว

Demco

หลักการ : ผู้ถือหุ้นทุกราย ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นที่ไม่เป็นผู้บริหาร รวมทั้งผู้ถือหุ้นต่างชาติ ควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม

การปฏิบัติของบริษัท : เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมั่นใจได้ว่า บริษัทให้ความสำคัญต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม คณะกรรมการได้กำกับดูแลให้บริษัทฯ มีการดำเนินการที่รักษาสิทธิพื้นฐานที่ผู้ถือหุ้นพึงได้รับอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรมตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงการจัดการที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ และให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด ดังนี้

ก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น

  • เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอเรื่องที่เห็นว่าสำคัญ และเป็นประโยชน์เพื่อพิจารณาบรรจุเป็นวาระการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น ในช่วงเวลา 3 เดือน ก่อนสิ้นงวดปีบัญชีซึ่งเป็นปีบัญชีก่อนการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่งคำถามใดๆ (หากมี) ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 10 วันก่อนวันประชุม โดยผู้ถือหุ้นสามารถเสนอผ่านช่องทางต่างๆ ที่กำหนด ซึ่งเลขานุการบริษัทจะเป็นผู้พิจารณากลั่นกรองข้อเสนอของผู้ถือหุ้นเบื้องต้น เพื่อนำเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณา และจะมีการแจ้งผลการพิจารณากลับไปยังผู้ถือหุ้นที่เสนอเรื่องดังกล่าวเพื่อรับทราบในกรณีที่คณะกรรมการบริษัทเห็นชอบกับเรื่องที่ผู้ถือหุ้นเสนอ จะบรรจุเป็นวาระการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นครั้งที่จะมีขึ้น
  • เผยแพร่หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นพร้อมทั้งเอกสารประกอบการประชุมต่างๆ บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น และเป็นข้อมูลเดียวกับที่บริษัทฯ จัดส่งให้ผู้ถือหุ้นในรูปแบบเอกสารล่วงหน้าก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 14 วัน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นศึกษาข้อมูลประกอบการประชุม
  • เปิดเผยข้อมูลในหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นอย่างเพียงพอและชัดเจนที่จะให้ผู้ถือหุ้นตัดสินใจลงมติได้ในแต่ละระเบียบวาระการประชุม และไม่เพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญโดยไม่แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า
  • แจ้งหลักเกณฑ์และวิธีการเข้าร่วมประชุมให้ผู้ถือหุ้นทราบในหนังสือเชิญประชุม เสนอชื่อกรรมการอิสระของบริษัทฯทุกท่านให้เป็นผู้รับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้น พร้อมทั้งแนบหนังสือมอบฉันทะตามแบบที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดให้ใช้ได้เพื่อผู้ถือหุ้นได้เลือกใช้ตามความเหมาะสม

วันประชุมผู้ถือหุ้น

  • เปิดให้ผู้ถือหุ้นลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนการประชุม 2 ชั่วโมง และถึงแม้จะพ้นระยะเวลารับลงทะเบียนแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นที่ประสงค์จะเข้าร่วมประชุม สามารถลงทะเบียนและเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นได้โดยไม่เสียสิทธิ
  • จัดให้มีอากรแสตมป์ไว้บริการ ในกรณีผู้มอบฉันทะและผู้ถือหุ้นไม่ได้นำมา เพื่อไม่ให้เสียสิทธิในการเข้าร่วมประชุม พร้อมทั้งจัดทำบัตรผู้เข้าร่วมประชุมสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนแล้ว เพื่อสะดวกในการเข้าออกห้องประชุมโดยไม่ต้องเสียเวลาตรวจเอกสารใหม่
  • จัดเตรียม การเลี้ยงรับรองที่เหมาะสม และเพียงพอสำหรับผู้ถือหุ้นที่มาประชุมด้วย
  • ประธานกรรมการแจ้งหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการประชุม ขั้นตอน และวิธีการออกเสียงลงมติให้ผู้ถือหุ้นทราบในที่ประชุมก่อนเริ่มการประชุม ใช้บัตรลงคะแนนในการออกเสียงในแต่ละระเบียบวาระ และในระเบียบวาระที่สำคัญ เช่นการแต่งตั้งกรรมการ โดยคณะกรรมการเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้เลือกกรรมการเป็นรายบุคคล
  • ประธานกรรมการ กรรมการผู้จัดการ ประธานกรรมการตรวจสอบ ได้ให้ความสำคัญและเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงและตอบข้อซักถามในการให้สิทธิผู้ถือหุ้นในการซักถามคณะกรรมการในที่ประชุมในเรื่องเกี่ยวข้องกับวาระการประชุมหรือเกี่ยวข้องกับบริษัท โดยประธานได้แนะนำกรรมการและผู้บริหารรวมถึงผู้เกี่ยวข้องที่เข้าร่วมประชุม

หลังการประชุม

  • เลขานุการบริษัทฯ บันทึกข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญในรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นอย่างครบถ้วน ได้แก่รายชื่อกรรมการที่เข้า/ไม่เข้าร่วมประชุม คำชี้แจงที่เป็นสาระสำคัญ คำถาม/คำตอบ/ข้อคิดเห็น วิธีลงคะแนนและวิธีนับคะแนน มติที่ประชุมโดยแยกเป็นคะแนนที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง รวมทั้งเผยแพร่รายงานการประชุมผ่านช่องทางเว็บไซต์ของบริษัท (www.demco.co.th) ภายใน 14 วันนับจากวันประชุมผู้ถือหุ้น และจัดให้มีการจัดเก็บรายงานการประชุมที่ดีสามารถตรวจสอบและอ้างอิงได้
  • เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมั่นใจว่าได้รับผลตอบแทนตามสิทธิอย่างครบถ้วนภายหลังจากได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว บริษัทฯ ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบถึงผลการพิจารณาผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้ทราบถึงสิทธิ รวมทั้งระบุวันเวลา และรายละเอียดของเงินปันผลที่จะได้รับ

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดให้มีช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายเพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งทางเว็บไซต์ การเข้าร่วมให้ข้อมูลกิจการในงาน Opportunity Day ที่จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประจำทุกไตรมาส รวมทั้งสามารถสื่อสารผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล์ IR@demco.co.th ของบริษัทฯ นอกเหนือจากการเปิดเผยข้อมูลตามปกติผ่านทางระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถเข้าถึงสารสนเทศได้มากที่สุด นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทยังได้กำหนดนโยบายการดูแลและการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในซึ่งได้เปิดเผยในหัวข้อการดูแลและการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในของบริษัท

Demco

หลักการ : ผู้มีส่วนได้เสียควรได้รับการดูแลจากบริษัทตามสิทธิที่มีตามกฏหมายที่เกี่ยวข้อง และควรส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้เสียในการสร้างความมั่งคั่ง ความมั่นคงทางการเงิน และความยั่งยืนของกิจการ

การปฏิบัติของบริษัท : บริษัทฯ ได้มีการดูแล และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม โดยคำนึงถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย หรือข้อตกลงที่มีกับบริษัทฯ และได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม เพื่อให้บุคลากรทุกระดับยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ โดยยึดถือเป็นภาระหน้าที่ที่สำคัญ ดังนี้

แนวปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัท

ผู้มีส่วนได้เสีย แนวปฏิบัติ ความคาดหวัง การตอบสนอง
ผู้ถือหุ้น
  • ผู้ถือหุ้นรายใหญ่
  • ผู้ถือหุ้นรายย่อย
  • การประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี
  • การรายงานความคืบหน้าให้กับผู้ถือหุ้น
  • การประกาศผลประกอบการรายไตรมาส
  • การพบปะกับนักลงทุน
  • การพบปะกับนักวิเคราะห์ Roadshow ในต่างประเทศ
  • ระบบตรวจสอบ และการบริหารความเสี่ยง
  • ดำเนินธุรกิจอย่างเที่ยงธรรม เพื่อสร้างผลประกอบการที่ดี
  • ผู้ถือหุ้นทุกรายมีสิทธิ และได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน
  • มีระบบการตรวจสอบ และควบคุมภายในที่ดี
  • มีระบบการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ
  • จ่ายเงินปันผลอย่างเหมาะสม
  • เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส
พนักงาน พนักงาน
  • การประเมินผลการปฏิบัติงาน
  • การประเมินผลความพึงพอใจในการทำงาน
  • การประเมินความผูกพันธ์ของพนักงาน
  • โครงการ HR Change Management
  • การประกาศเกียรติคุณพนักงาน
  • ระบบการจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสม
  • แผนการพัฒนาศักยภาพ บุคลากร
  • ความก้าวหน้าและความมั่นคงในสายอาชีพ
  • เคารพในหลักสิทธิมนุษยชน และปฏิบัติอย่างเท่าเทียม
  • มีแผนการพัฒนาพนักงาน
  • มีการจัดกิจกรรมสร้างความผูกพัน ของพนักงาน
พันธมิตรและคู่แข่งทางการค้า บริษัทอื่นๆ ในตลาดธุรกิจพลังงาน และสาธารณูปโภค
  • ปฏิบัติต่อพันธมิตร และคู่แข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรม
  • รักษาความลับทางการค้าภายใต้กฎหมาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
  • หลีกเลี่ยงจากการสืบหาข้อมูลจากพันธมิตร และคู่แข่งทางการค้าอย่างไม่ซื่อสัตย์ และไม่เป็นธรรม
  • ดำเนินการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรม ถูกต้องตามหลักจริยธรรมและตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • มีหลักจรรยาบรรณเพื่อการประกอบธุรกิจอย่างเป็นธรรม และโปร่งใส
  • มีหลักจรรยาบรรณสำหรับพนักงาน
ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ชุมชน และประชาชนในพื้นที่ตั้ง และใกล้เคียงหน่วยงาน
  • คำนึงถึงความปลอดภัย คุณภาพชีวิต ประชาชน
  • อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม
  • คำนึงถึงทางเลือกที่มีผลกระทบต่อความเสียหายของสังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้น้อยที่สุด
  • ไม่สนับสนุนกิจกรรมใดๆ ที่เป็นภัยต่อสังคม หรือศีลธรรมอันดีงาม
  • ไม่กระทำการใดๆ ที่ส่งผลเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ และสภาพแวดล้อมเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
  • ให้ความสนับสนุนกิจกรรมชุมชน และสังคม โดยมุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม รวมทั้งกิจกรรมสาธารณะประโยชน์
  • ความปลอดภัยของสังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตประชาชน มีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  • จิตสำนึกของความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมของบุคลากรเด็มโก้
  • ความผูกพันของชุมชน สังคมกับบริษัทฯ
  • มีกระบวนการในการตอบสนองอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพต่อเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากการดำเนินงานของบริษัทฯ
  • ความร่วมมือ ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน
หน่วยราชการ และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ส่วนรวม และประเทศชาติ ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องในด้านต่างๆ ทั้งสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต ความปลอดภัย แรงงานการจัดการด้านภาษีอากร และบัญชี รวมทั้งประกาศต่างๆ ของราชการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท
  • พนักงานทุกระดับจะต้องศึกษา และทำความเข้าใจในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของตนเอง
  • ผู้บริหารควรจัดให้มีข้อมูลด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้อ้างอิง
  • จิตสำนึกของความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับของบริษัทฯ
  • พนักงาน และผู้บริหารเด็มโก้ ไม่ดำเนินการใดๆ อันเป็นการขัดต่อกฎหมาย และข้อบังคับต่างๆ ของบริษัทฯ
  • การสร้างสัมพันธ์ที่ดี โดยให้ความร่วมมือกับหน่วยราชการ และองค์กรที่เกี่ยวข้องในการให้ข้อมูล เพื่อประโยชน์ของประเทศ และส่วนรวม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้กำหนดนโยบายด้านคุณภาพ อาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม จรรยาบรรณด้านการเคารพกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชน และจรรยาบรรณด้านการเคารพทรัพย์สินทางปัญญา หรือลิขสิทธิ์ไว้ในคู่มือนโยบายกำกับดูแลกิจการ และจริยธรรมในการประกอบธุรกิจ บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน)

แนวปฏิบัติด้านทรัพย์สินทางปัญญา

บริษัทกำหนดให้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ฉะนั้นจึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของพนักงาน เด็มโก้ ทุกคนที่จะต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารภายใต้ข้อบังคับของกฎหมาย คำสั่งเด็มโก้ และตามมาตรฐานที่เด็มโก้กำหนดซึ่งพนักงานทุกคนต้องมีวินัยในการใช้ระบบสารสนเทศ และอุปกรณ์สื่อสารของเด็มโก้ โดยไม่ให้ส่งผลกระทบในแง่ลบต่อเด็มโก้และผู้อื่น และจะต้องไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟแวร์ หรือทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น ทั้งนี้หาก เด็มโก้ พบว่าพนักงานมีการละเมิดและผลการสอบสวนอย่างเป็นธรรม ปรากฏว่าเป็นจริงจะได้รับการพิจารณาลงโทษทางวินัย และ/หรือโทษกฎหมายตามความเหมาะสมแล้วแต่กรณี

แนวปฏิบัติด้านการเคารพกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน

การดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของการเคารพและปฏิบัติตามกฏหมายนั้น เป็นสิ่งที่บุคลากรทุกคนใน เด็มโก้ ตระหนักและให้ความสำคัญ โดยกำหนดไว้ในจรรยาบรรณ เด็มโก้ ในคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีของ เด็มโก้ ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ ข้อกำหนด และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และระมัดระวัง

เด็มโก้ มุ่งเน้นให้การดำเนินงานของคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนต้องปฏิบัติต่อกันและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายด้วยความเคารพ ให้เกียรติซึ่งกันและกันบนพื้นฐานศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ หรือไม่กระทำการให้กระทบสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่นที่ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายโดยแนวปฏิบัติดังกล่าวข้างต้นเป็นมาตรฐานจริยธรรมองค์กร ที่บุคคลากรทุกคนใน เด็มโก้ ต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ซึ่งหากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามก็จะถูกลงโทษ ตามความร้ายแรงแห่งการกระทำและถือเป็นการกระทำผิดทางวินัยด้วย

เด็มโก้ ให้ความสำคัญต่อกิจกรรมที่อาจมีผลต่อหลักสิทธิมนุษยชน ในทุกๆ ด้าน โดยยึดถือ และปฏิบัติตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยบริษัท มีนโยบายอย่างชัดเจนที่จะไม่จ้างแรงงานเด็ก ยึดมั่นในเสรีภาพของการนับถือศาสนา การไม่เลือกปฏิบัติจากความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ ศาสนา เพศ และสถานะภาพทางสังคมนอกจากนี้บริษัท ยังให้ความเคารพต่อหลักสิทธิมนุษยชนของพนักงานทุกระดับชั้น อย่างเคร่งครัด โดยจะปกป้อง และไม่นำข้อมูลส่วนตัวของพนักงาน เช่น ประวัติส่วนตัว ค่าจ้างเงินเดือน ฯลฯ ไปเปิดเผยให้กับบุคคลภายนอก หรือผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง รับทราบ โดยยังไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงาน และได้กำหนดให้มีการใช้ข้อบังคับเกี่ยวกับการปฏิบัติงานจัดทำเป็นคู่มือ ให้กับพนักงานได้รับทราบ ถึงกฎ ระเบียบ และข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ผ่านการปฐมนิเทศน์ก่อนการเริ่มปฏิบัติงาน

ช่องทางในการติดต่อ ร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแส

เด็มโก้ ให้ความสำคัญต่อการติดต่อสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นและคำแนะนำของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เพื่อประโยชน์ร่วมกันในกรณีที่ผู้มีส่วนได้เสียไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติของ เด็มโก้ สามารถร้องเรียน แนะนำ ติชม หรือแจ้งเบาะแส ต่อ เด็มโก้ ได้หลายด้านทั้งด้านธรรมาภิบาล รวมถึงพฤติกรรมที่อาจส่อถึงการทุจริตหรือประพฤติมิชอบของบุคคลในองค์กร ทั้งจากพนักงานเอง และผู้มีส่วนได้เสียอื่นด้วย เด็มโก้ ให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลร้องเรียนเป็นความลับ ซึ่งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวจะรับรู้เพียงเฉพาะในกลุ่มบุคคลที่ได้รับมอบหมาย และเกี่ยวข้องด้วยเท่านั้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ร้องเรียนและได้กำหนดขั้นตอนการรับเรื่องและสอบสวนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร โดยเด็มโก้ ได้จัดทำช่องทางการติดต่อ ร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแส ดังนี้

  1. คณะกรรมการสรรหาค่าตอบแทนและบรรษัทภิบาล E-mail address : goodgovernance@demco.co.th
  2. เลขานุการบริษัทฯ Email address : paitoongcc@demco.co.th
  3. เลขานุการคณะกรรมการสรรหาค่าตอบแทนและบรรษัทภิบาล Email address : wonruedee@demco.co.th
  4. ตู้รับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ติดตั้ง ณ สำนักงานใหญ่

ส่งจดหมาย หรือช่องทางอื่นตามสมควรและปลอดภัย ถึง สำนักงานตรวจสอบ บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) เลขที่ 59 ม.1 ต.สวนพริกไทย อ.เมือง จ.ปทุมธานี 12000 หรือโทรสาร 02-9595811 ต่อ 2018

Demco

หลักการ : ข้อมูลข่าวสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงิน ควรได้รับการเปิดเผยอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส มีความเท่าเทียมกัน และน่าเชื่อถือ

การปฏิบัติของบริษัท : คณะกรรมการบริษัทฯได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับคุณภาพข้อมูลและการเปิดเผยสารสนเทศอย่างเท่าเทียม โปร่งใสและเป็นธรรม โดยการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศ ผ่านทางช่องทางของระบบ SET Community Portal ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเว็บไซต์ของบริษัท โดยในรอบปี 2559 คณะกรรมการได้กำกับดูแลการเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียเกิดความมั่นใจ ดังนี้

การรายงานข้อมูลค่าตอบแทนกรรมการ และการถือหลักทรัพย์ของกรรมการ และผู้บริหาร

ข้อมูลค่าตอบแทนกรรมการ ของกรรมการ และผู้บริหาร จะถูกเปิดเผยไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี (แบบ 56-2) ภายใต้หัวข้อโครงสร้างการจัดการ

กรรมการและผู้บริหารมีหน้าที่รายงานการถือครองหลักทรัพย์ทุกครั้งที่มีการซื้อ ขาย หรือโอนหลักทรัพย์ต่อ ก.ล.ต. ตามมาตรา 59 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแนวปฏิบัติ แจ้งเตือนขอความร่วมมือจากกรรมการ และผู้บริหารในการงดซื้อ ขาย หรือโอนหลักทรัพย์ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือนก่อนการรายงานผลการดำเนินงานต่อตลาดหลักทรัพย์ในแต่ละไตรมาส นอกจากนี้ บริษัท ได้กำหนดนโยบายให้มีการรายงานการซื้อ ขาย และการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัทฯ โดยคณะกรรมการ และผู้บริหารต้องรายงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการทราบทุกครั้งที่มีการประชุม และกรรมการบริษัทฯ และผู้บริหารจะต้องรายงานการเปลี่ยนแปลงการมีส่วนได้เสียของตนต่อบริษัทฯ เป็นประจำทุกไตรมาส และจะต้องจัดทำรายงานใหม่ทุกปี โดยข้อมูลดังกล่าวจะเก็บไว้ใช้ภายในบริษัทฯ เท่านั้น เพื่อให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ.2/2552 เรื่อง การรายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการ ผู้บริหาร และบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง

ในปี 2559 การเปลี่ยนแปลงหลักทรัพย์ของกรรมการและผู้บริหารเป็นดังนี้

ลำดับ รายชื่อ ตำแหน่ง จำนวนหุ้น
ที่ถือ ณ วันที่
31 ธันวาคม
2558
จำนวนหุ้น
ที่ถือ ณ วันที่
31 ธันวาคม
2559
จำนวนหุ้น
ที่เปลี่ยนแปลง
เพิ่มขึ้น (ลดลง)
ในปี 2558
สัดส่วน
การถือหุ้น
ในบริษัท (%)
1 นางประพีร์   ปุ้ยพันธวงศ์ ประธานกรรมการ 109,320,766 110,065,766 745,000 15.07
  คู่สมรสและบุตรไม่บรรลุนิติภาวะ 32,578,188 32,643,188 65,000 4.47
2 นายวิทยา  คชรักษ์ กรรมการอิสระ 0 0   0
3 นายสงวน  ตังเดชะหิรัญ กรรมการ 806,060 806,060   0.11
4 นายไมตรี  ลักษณโกเศศ กรรมการอิสระ 311 311   0
5 น.ส.ภาษิตา  กิจยโภค* กรรมการอิสระ 280,473 280,473*   0.04
6 นางสุทธารักษ์  ปัญญา กรรมการอิสระ 0 0   0
7 นายเสริมศักดิ์   จารุมนัส กรรมการอิสระ 205,000 205,000   0.03
8 นายนริศ   ศรีนวล กรรมการอิสระ 0 0   0
9 นายพงษ์ศักดิ์   ศิริคุปต์ กรรมการและกรรมการผู้จัดการ 4,137,399 4,137,399   0.57
10 นายสุวัฒน์   จรดล** กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ 11,635,368 11,635,368**   1.59
11 นายไพฑูรย์   กำชัย กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ 561,557 561,557   0.08
12 นายรักษา  สารณาคมน์กุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ 246,939 246,939   0.03
13 นายฉัตรชัย  พืชพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ 86 86   0
14 นายนรินทร์   เอกนิพิฐสริ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ 0 0   0

หมายเหตุ : * น.ส.ภาษิตา กิจยโภค ออกจากตำแหน่งตามวาระ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2559 จำนวนหุ้นเป็นข้อมูล ณ วันที่ออกจากตำแหน่ง
** นายสุวัฒน์ จรดล ลาออกจากตำแหน่งกรรมการ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2559 จำนวนหุ้นเป็นข้อมูล ณ วันที่ออกจากตำแหน่ง

การรายงานข้อมูลสารสนเทศของบริษัทฯ

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเปิดเผยสารสนเทศที่เป็นข้อมูลสำคัญของบริษัทฯ รวมถึงรายงานทางการเงิน และสารสนเทศเรื่องอื่นๆ ตามเกณฑ์ที่ ตลท. และ ก.ล.ต. กำหนด อย่างถูกต้อง ชัดเจน ครบถ้วน โปร่งใส ด้วยข้อความที่กระชับ เข้าใจง่าย มีการเปิดเผยสารสนเทศที่สำคัญ ทั้งด้านบวก และด้านลบ และผ่านการพิจารณากลั่นกรองตามขั้นตอนที่กำหนด เพื่อให้ผู้ถือหุ้น และผู้ที่มีส่วนได้เสียได้รับสารสนเทศอย่างเท่าเทียมกัน ตามที่กำหนดโดยกฎหมาย ข้อบังคับของบริษัทฯ มีการเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้

  • ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ ตลท. และ ก.ล.ต.
  • แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี (แบบ 56-2)
  • เว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.demco.co.th) ซึ่งมีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
  • สื่อสาธารณะต่างๆ ได้แก่ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์
  • การให้ข้อมูลต่อผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์ และนักลงทุน ที่มาเยี่ยมชมกิจการ และพบปะกับผู้บริหาร
  • การเดินทางไปให้ข้อมูลแก่นักลงทุน ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
  • การจัดส่งหนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้นผ่านทางไปรษณีย์

การเปิดเผยข้อมูลบนเว็บไซต์

เพื่อให้ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้ที่สนใจอื่นๆ สามารถสืบค้นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะได้อย่างถูกต้อง และรวดเร็ว บริษัทได้นำเสนอข้อมูลสำคัญต่างๆ ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษในเว็บไซต์ของบริษัทฯ ดังนี้

  • ข้อมูลบริษัทฯ ประกอบด้วย วิสัยทัศน์ พันธกิจ โครงสร้างธุรกิจ และผลิตภัณฑ์ โครงสร้างการจัดการ เป็นต้น
  • การกำกับดูแลกิจการที่ดี ประกอบด้วย นโยบายการกำกับดูแลกิจการ จริยธรรมในการประกอบธุรกิจ นโยบายการควบคุมการใช้ข้อมูลภายใน และขอบเขตอำนาจหน้าที่ เป็นต้น
  • นักลงทุนสัมพันธ์ ประกอบด้วยข้อมูลบริษัทฯ ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลราคาหลักทรัพย์ ข้อมูลผู้ถือหุ้น ข้อมูลนักวิเคราะห์ เป็นต้น
  • ความรับผิดชอบต่อสังคม ประกอบด้วย แนวทางปฏิบัติด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และกิจกรรม สื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ เป็นต้น
  • ข่าวบริษัทฯ ประกอบด้วย ห้องข่าว ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์ ข่าวแจ้งสื่อมวลชน ตลอดจนข่าวจากสื่อสิ่งพิมพ์ รวมทั้งสื่อนำเสนอผ่านวีดีโอ เป็นต้น

นักลงทุนสัมพันธ์

บริษัทได้ให้ความสำคัญอย่างสูงต่อการบริหารความสัมพันธ์กับนักลงทุน จึงมุ่งเน้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์สุจริต นักลงทุน นักวิเคราะห์ และผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับสารสนเทศอย่างเพียงพอ ถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส และเท่าเทียมกัน

บริษัทฯ จัดให้มีสำนักงานกรรมการผู้จัดการ และเลขานุการบริษัทฯ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการดำเนินกิจกรรมนักลงทุนสัมพันธ์ในเชิงรุก เพื่อส่งเสริมให้ช่องทางในการสื่อสารกับนักลงทุน นักวิเคราะห์ และผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้ซักถาม ตลอดจนรับทราบข้อมูลสารสนเทศของบริษัทฯ การจัดให้ผู้ถือหุ้นรายย่อย และนักลงทุนเข้าเยี่ยมชมโรงงาน และพบปะคณะกรรมการ และผู้บริหาร เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นประจำทุกปี

สำหรับผู้ที่สนใจ หรือนักลงทุนสามารถสอบถามข้อมูลมายังสำนักงานกรรมการผู้จัดการ และเลขานุการบริษัท โดยติดต่อผ่านช่องทาง ดังนี้

จดหมาย : สำนักกรรมการผู้จัดการ 59 หมู่ที่ 1 ต.สวนพริกไทย อ.เมือง จ.ปทุมธานี 12000
E-mail : ir@demco.co.th, paitoongcc@demco.co.th
โทรศัพท์ : 029595811 ต่อ 2116 ,2250
โทรสาร : 029595811 ต่อ 2000 ,2018

Demco

หลักการ : คณะกรรมการมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทโดยที่คณะกรรมการร่วมกำหนดวิสัยทัศน์และพันธกิจของบริษัทเพื่อให้ผู้บริหารและพนักงานมีจุดมุ่งหมายไปในทิศทางเดียวกัน

เด็มโก้ กำหนดองค์ประกอบ และคุณสมบัติของคณะกรรมการ ดังนี้

ในส่วนขององค์ประกอบ และคุณสมบัติ วิธีการสรรหาแต่งตั้ง การดำรงตำแหน่งกรรมการ อำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ การประชุม และค่าตอบแทนของกรรมการ ระบุในหัวข้อ โครงสร้างการจัดการ

การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

เด็มโก้ ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม และเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และไม่ยอมรับการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบทั้งทางตรงและทางอ้อม โดย เด็มโก้ ได้ร่วมลงนามในคำประกาศเจตนารมณ์ของแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption (CAC) และกำหนดให้บุคลากรของ เด็มโก้ ปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นของ เด็มโก้ อย่างจริงจัง

ในปี 2558-2559 มีการทบทวนนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น จัดทำคู่มือมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และคู่มือการบริหารความเสี่ยงด้านการทุจริต โดยมีนโยบายต่อต้านการให้สินบนและการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ ได้มีการสื่อสารประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับพนักงาน ไม่ให้มีการเรียกร้องหรือดำเนินการใดๆ เพื่อให้ได้มาในสินจ้าง รางวัล หรือผลประโยชน์ใดๆ เพื่อประโยชน์ทั้งต่อตนเอง และบริษัทฯ จากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรง และทางอ้อม

จากการมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านการต่อต้านการทุจริต และได้ประกาศเจตนารมณ์เข้าเป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption : CAC) เพื่อให้บริษัทฯ มีการปฏิบัติงานที่โปร่งใส เป็นที่ยอมรับของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย คณะกรรมการ CAC ได้มีมติรับรองมาตรฐานการต่อต้านการคอร์รัปชั่นให้เป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2559 และปัจจุบันบริษัทฯได้พัฒนาการรับรู้เรื่องการต่อต้านทุจริตในหมู่พนักงาน และผู้บริหาร เพื่อเป็นเครื่องมือในการควบคุมดูแลการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นด้วย

นโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจเป็นผู้รับเหมาและผู้ลงทุนด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ซึ่งบริษัทฯ ได้กำหนดพันธกิจไว้อย่างชัดเจนว่า บริษัทฯจะมุ่งมั่นสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ลงทุนอย่างยั่งยืน โดยการดำเนินธุรกิจด้วยมาตรฐานงานที่เป็นเลิศควบคู่ไปกับการพัฒนาสินค้าและบริการที่มีอยู่ให้ทันสมัย และครบวงจร มุ่งสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ค้า สังคม และชุมชน สิ่งแวดล้อม ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแสวงหาผลตอบแทนจากการลงทุนโครงการด้านสาธารณูปโภคอย่างต่อเนื่อง

บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการกำกับดูแลกิจการภายใต้กรอบการบริหารจัดการของการมีจริยธรรมที่ดี มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะกระบวนการที่เกี่ยวข้องหรือสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตภายในบริษัท รวมถึงการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ ไม่ว่าทางตรงและทางอ้อม บริษัทจึงกำหนดนโยบายการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นไว้ ดังนี้

  1. บุคลากรของ เด็มโก้ ต้องไม่ดำเนินการหรือเข้าไปมีส่วนร่วมในการทุจริตคอร์รัปชั่น การให้/รับสินบนทุกรูปแบบ ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยมีหน้าที่ปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น คู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดี มาตรฐานทางจริยธรรม และจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของ เด็มโก้ รวมทั้งระเบียบ และข้อกำหนดอื่น ที่เกี่ยวข้อง
  2. บุคลากรของ เด็มโก้ ต้องปฏิบัติด้วยความระมัดระวังเกี่ยวกับการรับ การให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด รวมถึงค่าบริการต้อนรับ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งนี้ การให้หรือรับของขวัญและการเลี้ยงรับรอง ต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจหรือตามประเพณีนิยมเท่านั้น โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม และต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่
  3. การบริจาคเพื่อการกุศล และการให้เงินสนับสนุนของ เด็มโก้ มีขั้นตอนการตรวจสอบ อนุมัติ และสอบทาน โดยต้องมีเอกสารหลักฐานชัดเจนและสอดคล้องกับระเบียบของ เด็มโก้ เพื่อให้มั่นใจว่าการบริจาคเพื่อการกุศลและเงินสนับสนุนไม่ได้ใช้เป็นข้ออ้างสำหรับการคอร์รัปชั่น
  4. เด็มโก้ จัดให้มีกระบวนการตรวจสอบระบบและขั้นตอนการปฏิบัติงานขายและการตลาด รวมทั้งงานจัดหาพัสดุและทำสัญญาอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดทุจริตคอร์รัปชั่น และบริหารจัดการให้มีวิธีการแก้ไขที่เหมาะสม
  5. เด็มโก้ มีกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นต่อมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และมีนโยบายที่จะไม่ลดตำแหน่ง ลงโทษ หรือให้ผลทางลบต่อบุคลากรที่ปฏิเสธการทุจริตคอร์รัปชั่น แม้ว่าการกระทำนั้นจะทำให้ เด็มโก้ สูญเสียโอกาสทางธุรกิจ โดย เด็มโก้ มีกระบวนการสื่อสารอย่างชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าว
  6. ฝ่ายตรวจสอบภายในต้องรายงานผลการประเมินการควบคุมด้วยตนเองต่อสำนักงานตรวจสอบ เพื่อดำเนินการตรวจสอบหากพบประเด็นที่มีการปฏิบัติไม่สอดคล้องกับนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นจะต้องแจ้งหน่วยงานผู้ปฏิบัติเพื่อให้มีการปรับปรุงมาตรการควบคุม
  7. เด็มโก้ จัดให้มีขั้นตอนในการเก็บรักษาเอกสารและบันทึกต่างๆ ให้พร้อมต่อการตรวจสอบเพื่อยืนยันความถูกต้องและเหมาะสมของรายการทางการเงิน ตลอดจนขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีรายการใดที่ไม่ได้รับการบันทึก หรือไม่สามารถอธิบายได้ หรือรายการที่เป็นเท็จ
  8. เด็มโก้ จัดให้มีขั้นตอนเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการควบคุมภายในของกระบวนการทำบัญชีและการเก็บรักษาข้อมูลได้รับการตรวจสอบภายในเพื่อยืนยันประสิทธิผลของกระบวนการตามมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการบันทึกรายการทางการเงินมีหลักฐานอย่างเพียงพอเพื่อใช้ในการตรวจสอบ
  9. เด็มโก้ จัดให้มีการสื่อสารและฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องแก่บุคลากรของ เด็มโก้ เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจอย่างแท้จริงเกี่ยวกับมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ความคาดหวังของ เด็มโก้ และบทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตามมาตรการนี้
  10. เด็มโก้ สื่อสารนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นและแนวปฏิบัติไปยังบริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทอื่นที่ เด็มโก้ มีอำนาจในการควบคุม คู่ค้าทางธุรกิจ และผู้มีส่วนได้เสีย รวมทั้งสาธารณชน ผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เพื่อทราบและนำมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นไปปฏิบัติ
  11. บุคลากรของ เด็มโก้ ไม่พึงละเลยหรือเพิกเฉยเมื่อพบการกระทำที่อาจฝ่าฝืนมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นโดย เด็มโก้ จัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแส รวมทั้งเมื่อบุคลากรต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตามมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
  12. คณะทำงานการดำเนินการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ เด็มโก้ มีหน้าที่รายงานผลการดำเนินงานตามมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นนี้ต่อคณะกรรมการสรรหาค่าตอบแทนและบรรษัทภิบาลและคณะกรรมการ เด็มโก้ โดยสม่ำเสมออย่างน้อยปีละครั้ง
  13. สำนักงานตรวจสอบสามารถรายงานประเด็นที่พบอย่างเร่งด่วนต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการและคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อรายงานต่อคณะกรรมการ เด็มโก้

นโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นนี้ บริษัทปรารถนาให้บุคลากรของกลุ่มบริษัททุกคน รวมถึงผู้มีส่วนได้เสีย ได้ร่วมมือกันยึดถือปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อสังคมสืบไป

แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการป้องกันและการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น

บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติในการป้องกันการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น 3 ข้อ ประกอบด้วย

  1. กระบวนการในการประเมินความเสี่ยงจากการทุจริตคอร์รัปชั่น

    บริษัทฯ จัดให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมกับลักษณะการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยระบุเหตุการณ์ที่มีความเสี่ยงสูงจากการทุจริตและคอร์รัปชั่นที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ ประเมินระดับความเสี่ยงทั้งโอกาสเกิดและผลกระทบ กำหนดมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ประเมินได้ วิธีวัดความสำเร็จ ตลอดจนทรัพยากรที่ต้องใช้เพื่อลดความเสี่ยง และมีการเฝ้าติดตามประเมินผลการปฏิบัติตามแผนการบริหารความเสี่ยงที่กำหนดขึ้น

  2. แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการกำกับดูแลและควบคุมดูแลเพื่อป้องกันและติดตามความเสี่ยงจากการทุจริต คอร์รัปชั่น

    บริษัทฯ กำหนดให้มีแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการกำกับดูแลและควบคุมดูแลเพื่อป้องกันและติดตามความเสี่ยงจากการทุจริตคอร์รัปชั่น สรุปได้ ดังนี้

    • จัดให้มีกระบวนการตรวจสอบ ประเมินระบบการควบคุมภายใน และการบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมระบบงานสำคัญต่างๆ เช่น ระบบการขายและการตลาด การจัดซื้อจัดจ้าง การจัดทำสัญญา ระบบการจัดทำและควบคุม งบประมาณ ระบบการบันทึกบัญชี การจ่ายชำระเงิน เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อป้องกันและติดตามความเสี่ยงจากการทุจริตคอร์รัปชั่น รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางในการแก้ไขที่เหมาะสม
    • จัดให้มีช่องทางการรับแจ้งข้อมูล เบาะแส หรือข้อร้องเรียนการฝ่าฝืน การกระทำผิดกฎหมายหรือจริยธรรมธุรกิจของบริษัทฯ หรือแนวทางปฏิบัติในการป้องกันมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่นหรือข้อสงสัยในรายงานทางการเงิน หรือระบบการควบคุมภายใน โดยมีนโยบายในการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูลหรือเบาะแส และจะเก็บรักษาข้อมูลของผู้ให้ข้อมูลเป็นความลับ รวมทั้งมีมาตรการตรวจสอบและกำหนดบทลงโทษทางวินัยของบริษัทฯ และ/หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกรณีที่สามารถติดต่อผู้ให้เบาะแสหรือผู้ร้องเรียนได้ บริษัทฯ จะแจ้งผลการดำเนินการให้รับทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
    • หัวหน้าสายงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบในการติดตามการปฏิบัติงาน การปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาด (ถ้ามี) และรายงานให้ผู้มีอำนาจทราบตามลำดับ
  3. แนวทางในการติดตามประเมินผลการปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติในการป้องกันการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น

    บริษัทฯ กำหนดให้มีแนวทางในการติดตามประเมินผลการปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติในการป้องกันการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ดังนี้

    • กำหนดให้ ผู้บริหารและพนักงาน ประเมินผลการปฏิบัติงานตนเองเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมธุรกิจที่บริษัทฯ กำหนดขึ้น ซึ่งรวมถึงนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี จริยธรรมธุรกิจของบริษัทฯ จริยธรรมว่าด้วยการสนับสนุนการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น แนวทางปฏิบัติในการป้องกันการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น และจรรยาบรรณ / ข้อพึงปฏิบัติของพนักงาน อย่างสม่ำเสมอ
    • จัดให้มีฝ่ายตรวจสอบภายใน ทำหน้าที่ตรวจสอบระบบการควบคุมภายใน การบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแลกิจการ และให้ข้อเสนอแนะอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการตรวจสอบตามแผนการตรวจสอบประจำปีที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ และรายงานผลการตรวจสอบที่มีนัยสำคัญและข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการตรวจสอบ
    • กำหนดให้ฝ่ายกำกับและควบคุม รับผิดชอบในการทดสอบและประเมินความเสี่ยงจากการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การนำมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิผล ตลอดจนติดตาม ทบทวนและปรับปรุงมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างสม่ำเสมอ โดยนำเสนอผลการประเมินต่อคณะกรรมการตรวจสอบ และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทตามลำดับอย่างทันเวลาและสม่ำเสมอ
    • หากการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้วพบว่า ข้อมูลจากการตรวจสอบ หรือข้อร้องเรียน มีหลักฐานที่มีเหตุอันควรให้เชื่อว่ามีรายการ หรือการกระทำซึ่งอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานของบริษัทฯ รวมถึงการฝ่าฝืน การกระทำผิดกฎหมายหรือจริยธรรมธุรกิจของบริษัทฯ หรือแนวทางปฏิบัติในการป้องกันการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือข้อสงสัยในรายงานทางการเงิน หรือระบบการควบคุมภายใน คณะกรรมการตรวจสอบจะรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบเห็นสมควร

    บริษัทฯ จัดให้มีการสื่อสารแนวทางปฏิบัติในการป้องกันการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่นนี้ โดยเผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น อินทราเน็ตของกลุ่มบริษัทฯ และบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ทั้งนี้เพื่อให้ บุคลากรของเด็มโก้ รับทราบและถือปฏิบัติ

จริยธรรมว่าด้วยการสนับสนุนการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

คณะกรรมการบริษัท ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส โดยอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย หลักจริยธรรม และแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมทั้งสนับสนุนการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบ และตระหนักเป็นอย่างดีว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นส่งผลกระทบต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ โดยมีนโยบายในการสนับสนุนการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น ดังนี้

  1. สนับสนุนการสร้างจิตสำนึก ค่านิยม ทัศนคติให้แก่พนักงานในการปฏิบัติงานอย่างซื่อสัตย์ โปร่งใส เที่ยงตรง เคารพกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ สนับสนุนการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นให้เป็นวัฒนธรรมองค์กร รวมทั้งบริหารงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  2. จัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่เพียงพอและเหมาะสม รวมทั้งพัฒนาระบบและกลไกในการตรวจสอบ ควบคุมและถ่วงดุลการใช้อำนาจให้เหมาะสม ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เพื่อป้องกันและมิให้พนักงานทุจริตหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่นต่างๆ
  3. พนักงานต้องไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการเรียกร้อง หรือรับทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดจากบุคคลอื่นหรือที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับบริษัทฯ เว้นแต่ในโอกาสหรือเทศกาลอันเป็นประเพณีนิยมที่คนทั่วไปพึงปฏิบัติต่อกัน และทรัพย์สินนั้นต้องไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย รวมทั้งไม่อาศัยตำแหน่งหน้าที่หรือแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเอง และ/หรือผู้อื่นโดยมิชอบ
  4. จัดให้มีช่องทางในการสื่อสารเพื่อรับเรื่องร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสอันควรสงสัยโดยมีนโยบาย ในการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูลหรือเบาะแส และจะเก็บรักษาข้อมูลของผู้ให้ข้อมูลเป็นความลับ รวมทั้งมีมาตรการในการตรวจสอบและกำหนดบทลงโทษตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
  5. สนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นโดยหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและสนับสนุนการต่อต้านการทุจริตการคอร์รัปชั่น

เพื่อเป็นแนวทางสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัทฯ กำหนดช่องทางการแจ้งข้อร้องเรียนและข้อเสนอแนะ (Whistle Blower) โดยเปิดโอกาสให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสีย แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ และแจ้งเบาะแสการกระทำผิดกฎหมาย โดยมีเป้าหมายเพื่อ

  • การพัฒนา/ฝึกอบรม
  • แก้ไข/ปรับปรุงด้านบริหารจัดการ
  • ตรวจสอบข้อเท็จจริง

โดยกำหนดให้สำนักงานตรวจสอบ ทำหน้าที่เป็นหน่วยรับข้อร้องเรียนด้านจริยธรรมว่าด้วยการสนับสนุนการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ของบริษัทฯ

ทั้งนี้บริษัทได้เผยแพร่คู่มือการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นไว้ในเว็บไซต์ของบริษัทเรียบร้อยแล้ว

ความขัดแย้งทางผลประโยชน์

บริษัทมีมาตรการที่จะคุ้มครองผู้ถือหุ้น โดยกำหนดมาตรการควบคุมการทำรายการระหว่างกันของบริษัท หรือบริษัทย่อยกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ มีส่วนได้ส่วนเสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในอนาคตตามประกาศของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยบริษัทจะจัดให้คณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้ให้ความเห็นเกี่ยวกับความจำเป็น ความสมเหตุสมผล และความเหมาะสมด้านราคาของรายการนั้น โดยพิจารณาจากเงื่อนไขต่างๆ ให้เป็นไปตามลักษณะการดำเนินการค้าปกติในตลาด และมีการเปรียบเทียบราคาที่เกิดขึ้นกับบุคคลภายนอก ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบไม่มีความชำนาญ ในการพิจารณารายการระหว่างกันที่อาจเกิดขึ้น บริษัทจะได้ให้บุคคลที่มีความรู้ความชำนาญพิเศษ เช่น ผู้สอบบัญชี ผู้ประเมินราคาทรัพย์สิน เป็นต้น ที่เป็นอิสระจากบริษัทและบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์เป็นผู้ให้ความเห็นเกี่ยวกับรายการระหว่างกันดังกล่าว เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจของคณะกรรมการตรวจสอบและให้คณะกรรมการตรวจสอบนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการหรือผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติตามแต่กรณี

นอกจากนี้ บริษัท มีการกำหนดมาตรการไม่ให้ผู้บริหาร หรือผู้มีส่วนได้เสียสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุมัติรายการที่ตนเองมีส่วนได้เสียทั้งทางตรงและทางอ้อม และคณะกรรมการบริษัทจะดูแลให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมตลอดถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลการทำรายการเกี่ยวโยงและการได้มาหรือจำหน่ายทรัพย์สินที่สำคัญของบริษัทหรือบริษัทย่อย รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดโดยคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชีอย่างเคร่งครัด และจะทำการเปิดเผยรายการระหว่างกันไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินที่ได้รับการตรวจสอบหรือสอบทานโดยผู้สอบบัญชีของบริษัท และเปิดเผยในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี

การปฐมนิเทศกรรมการใหม่

เด็มโก้ได้จัดทำเอกสารปฐมนิเทศสำหรับกรรมการใหม่ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งการแนะนำลักษณะประกอบธุรกิจ และแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ มีนโยบายสนับสนุนให้กรรมการบริษัท เข้าอบรมหลักสูตรจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เพื่อเป็นการพัฒนา สนับสนุน และส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทฯ

เมื่อมีการแต่งตั้งกรรมการใหม่ บริษัทฯ จะจัดให้มีการปฐมนิเทศสำหรับกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งใหม่ โดยจัดให้มีการบรรยายสรุป วิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และเป้าหมายการดำเนินธุรกิจ และการดำเนินการที่สำคัญโดยประธานกรรมการ ประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ และ/หรือ คณะกรรมการบริหาร พร้อมทั้งจัดให้มีเอกสารสำหรับกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ เพื่อประกอบการทำหน้าที่ อันได้แก่ คู่มือกรรมการบริษัท หนังสือบริคณห์สนธิ และข้อบังคับบริษัท และรายงานประจำปี ซึ่งเอกสารเหล่านี้ประกอบด้วยข้อมูลสำคัญ ได้แก่ บทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท นโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัท อำนาจอนุมัติ และข้อห้ามการกระทำของกรรมการบริษัทตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งบทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ

การพัฒนากรรมการและผู้บริหาร

เด็มโก้ ได้ส่งเสริม และสนับสนุนการฝึกอบรม และให้ความรู้ในเรื่องหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท ให้กับคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย ผู้บริหาร เลขานุการบริษัท เป็นต้น เพื่อเป็นการเสริมสร้าง และพัฒนาการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง กับมีการพัฒนาผู้บริหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับการหมุนเวียนตำแหน่งภายในองค์กร รวมทั้งเตรียมความพร้อมสำหรับการสืบทอดตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ โดยจัดให้มีการประเมินทักษะความสามารถ และแผนพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan) ผู้บริหารระดับรอง และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการกับผู้จัดการฝ่าย เพื่อพัฒนาความพร้อมในการปฏิบัติงาน ผู้บริหารอาวุโส หรือตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ

คณะกรรมการบริษัท มีนโยบายสนับสนุนให้มีการพัฒนาความรู้กับกรรมการ และผู้บริหารอย่างต่อเนื่อง ด้วยการส่งเสริมให้กรรมการ และผู้บริหารเข้าร่วมในการประชุม สัมมนาโครงการอบรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่กรรมการ และผู้บริหาร โดยในปี 2559 หลักสูตรที่กรรมการและผู้บริหารเข้าร่วม เช่น

  • การเข้าร่วมสัมมนา Chairman Forum 1/2016 “Corporate governance VS Corporate Performance : Is there a duty or Choice” ดำเนินการโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) โดยนายเสริมศักดิ์ จารุมนัส ประธานกรรมการสรรหาค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล
  • การเข้าร่วมสัมมนา National Director Conference 2016 “Enhancing Growth Through Governance in Family Controlled Business” ดำเนินการโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) โดยนายเสริมศักดิ์ จารุมนัส ประธานกรรมการสรรหาค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล
  • การเข้าร่วมสัมมนา Executive Briefing 2/2016 : Experience Sharing of CAC Certification Progress ดำเนินการโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยนายเสริมศักดิ์ จารุมนัส ประธานกรรมการสรรหาค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล
  • การเข้าร่วมสัมมนา CG Seminar 1/2016 ดำเนินการโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) โดยนายเสริมศักดิ์ จารุมนัส ประธานกรรมการสรรหาค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล
  • การเข้าร่วมสัมมนา AGM 2016 & Dinner Talk : Tone at the Top Series 2/2016 “Sustaining Business through Ethical Leadership” ดำเนินการโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) โดยนายเสริมศักดิ์ จารุมนัส ประธานกรรมการสรรหาค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล
  • การเข้าอบรมสัมมนาหลักสูตร Strategic Plan 2016-2017 ดำเนินการโดย Knowledge Base Co., Ltd. โดย นายพงษ์ศักดิ์ ศิริคุปต์ กรรมการ และกรรมการผู้จัดการ
  • การเข้าอบรมสัมมนาหลักสูตร Strategy Focus Move to Implement ดำเนินการโดย Knowledge Base Co., Ltd. โดย นายพงษ์ศักดิ์ ศิริคุปต์ กรรมการ และกรรมการผู้จัดการ
  • การเข้าอบรมสัมมนาหลักสูตร Strategic Plan 2016-2017 ดำเนินการโดย Knowledge Base Co., Ltd. โดย นายไพฑูรย์ กำชัย กรรมการ และรองกรรมการผู้จัดการสายการเงินและบัญชี
  • การเข้าอบรมสัมมนาหลักสูตร Strategy Focus Move to Implement ดำเนินการโดย Knowledge Base Co., Ltd. โดย นายไพฑูรย์ กำชัย กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการสายการเงินและบัญชี
  • การเข้าร่วมอบรมหลักสูตร Advanced Audit Committee Program (AACP) 23/2016 ดำเนินการโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) โดยนางสุทธารักษ์ ปัญญา กรรมการตรวจสอบ
  • การเข้าร่วมสัมมนา CG Forum 3/2016 ทุจริตในองค์กร ภัยมืดที่ป้องกันและควบคุมได้ ดำเนินการโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยนายสงวน ตังเดชะหิรัญ กรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร และกรรมการสรรหาค่าตอบแทนและบรรษัทภิบาล
  • การเข้าร่วมสัมมนา CG Forum 3/2016 ทุจริตในองค์กร ภัยมืดที่ป้องกันและควบคุมได้ ดำเนินการโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยนายนริศ ศรีนวล ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร และกรรมการตรวจสอบ

การอบรมกรรมการในหลักสูตรของสถาบันส่งเสริมกรรมการบริษัทไทย(IOD)

ชื่อกรรมการ DCP DAP ACP RNG RCP FN RMP AECP SFE
1. นางประพีร์  ปุ้ยพันธวงศ์
DCP
194/
2014
DAP
46/
2005
RCP
18/
2008
FN
24/
2005
2. นายวิทยา คชรักษ์
DCP
25/
2546
DAP
79/
2008
ACP
39/
2012
3. นายสงวน  ตังเดชะหิรัญ
DAP
36/
2005
ACP
6/
2005
FN
24/
2005
4. นายไมตรี  ลักษณโกเศศ
DCP
96/
2007
ACP
27/
2009
5. น.ส.ภาษิตา  กิจยโภค
DAP
86/
2010
ACP
27/
2009
6. นายเสริมศักดิ์   จารุมนัส
DCP
199/2015
DAP
107/
2014
RNG
6/
2014
7. นายนริศ  ศรีนวล
DCP
114/
2009
AACP
20/
2015
RMP
6/
2015
8. นายพงษ์ศักดิ์  ศิริคุปต์
DAP
46/
2005
RMP
3/
2014
AECP
13/
2014
9. นายสุวัฒน์  จรดล
DAP
36/
20005
FN
18/
2005
10. นายไพฑูรย์  กำชัย
DAP
85/
2010
SFE
6/
2010
10. นางสุทธารักษ์ ปัญญา
DCP
45/
2004
AACP
23/
2016

หมายเหตุ

DCP = Director Certification Program
DAP = Director Accreditation Program
ACP = Audit Committee Program
AACP = Advance Audit Committee Program
RNG = Role of the Nomination and Governance Committee
RCP = Role of the Chairman Program
FN = Finance for Non finance Director
RMP = Risk Management Program
AECP = Anti – Corruption for Executive Program
SFE = Successful Formulation & Execution of Strategy

แผนพัฒนาการสืบทอดตำแหน่ง

บริษัท กำหนดแผนพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งงาน (Succession Plan) สำหรับผู้บริหารระดับสูง จนถึงประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนทั้งในเชิงปริมาณ และคุณภาพ เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการบริหารที่เหมาะสม และเพื่อคัดเลือกกับเตรียมพร้อมของบุคลากรที่เหมาะสมในการดำรงตำแหน่งที่เป็นตำแหน่งบริหารที่สำคัญในทุกระดับ โดยเฉพาะตำแหน่งผู้บริหาร ได้กำหนดนโยบาย แนวทางการบริหาร และพัฒนาผู้บริหาร รวมทั้งการจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan) เพื่อให้มีความพร้อมขึ้นดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น เมื่อมีตำแหน่งว่าง ได้แก่ ตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ รองกรรมการผู้จัดการ หรือเทียบเท่า ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หรือเทียบเท่า และผู้จัดการฝ่าย หรือเทียบเท่า

สำหรับการสรรหาประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ จะเป็นไปตามกระบวนการสรรหาที่มีการพิจารณาบุคคลทั้งภายใน และภายนอกบริษัทฯ และเป็นไปตามกฎหมายมาตรฐานสำหรับกรรมการ และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วย

การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ

บริษัทฯ ได้ทำการประเมินคณะกรรมการบริษัทฯ เป็นประจำทุกปี ในปี2559 มีการประเมิน 2 ครั้ง โดยจัดทำการประเมิน 2 รูปแบบ คือ

  1. แบบประเมินตนเองของคณะกรรมการ
  2. แบบประเมินทั้งคณะ และคณะกรรมการชุดย่อย

โดยแบบฟอร์มการประเมินครอบคลุมประเด็นสำคัญ ดังนี้

  1. นโยบายคณะกรรมการ (Board Policy)
  2. การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ (Board Performance)
  3. โครงสร้างของคณะกรรมการ (Board Structure)
  4. แนวปฏิบัติของคณะกรรมการ (Board Style)
  5. การจัดเตรียม และดำเนินการประชุมคณะกรรมการ (Board Meeting)
  6. คุณลักษณะของคณะกรรมการ (Board Members)

นอกจากนี้ ในปี 2559 คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีแบบสอบทานการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบด้วยตนเอง โดยแบบฟอร์มการประเมินครอบคลุมประเด็นสำคัญ ดังนี้

ส่วนที่ 1 การทำหน้าที่โดยรวมของคณะกรรมการตรวจสอบ

ส่วนที่ 2 การปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้านของคณะกรรมการตรวจสอบ

  • การสอบทานงบการเงิน
  • การทำงานกับผู้สอบบัญชี
  • การสอบทานการเปิดเผยข้อมูลในรายงานอื่นๆ

การสอบทานให้บริษัทฯ มีการควบคุม (Internal Control)

  • การสอบทานการควบคุมภายใน และการบริหารความเสี่ยง
  • หน่วยงานตรวจสอบภายใน

การสอบทานให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมาย และข้อกำหนดฯ

  • การดำเนินการตามมาตรา 89/25 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ
  • เรื่องทั่วไป

การพิจารณาคัดเลือก เสนอแต่งตั้งบุคคลเป็นผู้สอบบัญชี และเสนอค่าตอบแทน

  • การคัดเลือกเสนอแต่งตั้ง และเสนอค่าตอบแทน
  • การประชุมกับผู้สอบบัญชี

การพิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายงานที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ รวมทั้งให้มีการประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการ โดยแบบฟอร์มการประเมินครอบคลุมประเด็นสำคัญ ดังนี้

  1. การกำหนดบทบาทด้านการกำกับดูแล (Defining Governance Role)
  2. การปรับปรุงกระบวนการทำงานของคณะกรรมการ (Improving Board Process)
  3. หน้าที่หลักของคณะกรรมการ (Key Board Function)
  4. การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continuing Improvement)

สรุปโดยรวมจากการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทฯ ประจำปี 2559 พบว่าคณะกรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าควรอยู่ในเกณฑ์ดี และดีมาก ซึ่งคณะกรรมการสรรหาค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล ได้นำเรียนผลการประเมิน และข้อคิดเห็นต่างๆ ต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อร่วมกันสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมบริษัทฯ พัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

การประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ

บริษัทฯ จัดทำการประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการทุกสิ้นปี โดยมีหลักเกณฑ์การประเมิน ดังนี้

  1. เป็นไปตามหลักการและนโยบายที่คณะกรรมการกำหนดภายในกรอบที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น
  2. สอดคล้องกับการดำเนินงานของบริษัทและผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารแต่ละคน
  3. กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารทั้งหมดหรือคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทน เป็นผู้ประเมินผลงานของกรรมการผู้จัดการ เพื่อนำไปใช้ในการพิจารณากำหนดค่าตอบแทนของกรรมการผู้จัดการ โดยใช้บรรทัดฐานที่ได้ตกลงกันล่วงหน้ากับ กรรมการผู้จัดการตามเกณฑ์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งรวมถึง
    • ผลการดำเนินงานทางการเงิน
    • ผลงานเกี่ยวกับการปฏิบัติตามวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ในระยะยาว
    • ผลงานด้านการพัฒนาผู้บริหาร
  4. ผลประเมินข้างต้นจะนำเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาให้ความเห็นชอบ และให้ประธานกรรมการ หรือ กรรมการอาวุโส เป็นผู้สื่อสารผลการพิจารณาให้กรรมการผู้จัดการทราบ

คณะกรรมการชุดย่อย

คณะกรรมการบริษัท ได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ เพื่อกลั่นกรอง และกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทฯ เฉพาะเรื่อง ทั้งนี้เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทฯ มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลสูงสุด ให้เป็นตามกฎระเบียบ และข้อบังคับของ ก.ล.ต. และ ตลท. คณะกรรมการชุดย่อยของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 มี 4 คณะ ประกอบด้วย คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาค่าตอบแทนและบรรษัทภิบาล คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร และคณะกรรมการบริหาร ซึ่งแต่ละชุดมีองค์ประกอบ บทบาท และหน้าที่ต่างๆ ตามกฎบัตร ซึ่งได้เผยแพร่ในเว็บไซต์ของบริษัท www.demco.co.th และแบบ 56-1

คณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการ เด็มโก้ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ตามข้อกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กำหนดซึ่งประกอบด้วยกรรมการอิสระอย่างน้อย 3 คน และอย่างน้อย 1 คนต้องมีความรู้ทางด้านบัญชีและการเงิน ซึ่งกรรมการที่ได้แต่งตั้งมีตามคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนด

คณะกรรมการตรวจสอบ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 ประกอบด้วย กรรมการอิสระที่ไม่เป็นผู้บริหารของบริษัท จำนวน 4 คน ดังนี้

ชื่อ-นามสกุล ตำแหน่ง
1. นายวิทยา คชรักษ์ ประธานกรรมการตรวจสอบ
2. นายไมตรี ลักษณโกเศศ์ กรรมการตรวจสอบ
3. นายนริศ ศรีนวล กรรมการตรวจสอบ
4. นางสุทธารักษ์ ปัญญา กรรมการตรวจสอบ

โดยมี นางสาววรรณฤดี สุวพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบภายใน ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ

อำนาจ หน้าที่ ความรับผิดชอบ และการรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ

  • มีอำนาจเชิญฝ่ายจัดการ ผู้บริหาร หรือพนักงานของบริษัทที่เกี่ยวข้องมาให้ความเห็น ร่วมประชุม หรือจัดส่งเอกสารที่เห็นว่าเกี่ยวข้องจำเป็นตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ
  • มีอำนาจว่าจ้างที่ปรึกษา หรือบุคคลภายนอกตามระเบียบของบริษัทมาให้ความเห็นหรือคำปรึกษาในกรณีจำเป็น
  • สอบทานให้บริษัทมีรายงานทางการเงินถูกต้องตามที่ควรตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน และมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอ
  • สอบทานให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายใน (Internal Control) ระบบการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล รวมถึงการปฏิบัติตามมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และพิจารณาความเป็นอิสระของสำนักงานตรวจสอบ ตลอดจนให้ความเห็นชอบในการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย เลิกจ้าง และการพิจารณาผลการปฏิบัติงาน ความดีความชอบของผู้จัดการสำนักงานตรวจสอบ
  • สอบทานให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
  • สอบทานให้บริษัทมีระบบการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล รวมทั้งให้คำแนะนำแก่ฝ่ายจัดการในการปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องต่างๆ
  • สอบทานและให้ความเห็นต่อแผนงานและการปฏิบัติงานของสำนักงานตรวจสอบซึ่งประกอบด้วยฝ่ายตรวจสอบภายในและฝ่ายกำกับและควบคุม
  • พิจารณา คัดเลือก เสนอแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีความเป็นอิสระ เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท รวมถึงการเสนอเลือกผู้สอบบัญชีเดิมกลับเข้ามาใหม่ การเสนอเลิกจ้างผู้สอบบัญชีเดิม และการเสนอค่าตอบแทนของบุคคลดังกล่าว นอกจากนี้ต้องจัดให้มีการประชุมร่วมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่ารายการดังกล่าวสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท
  • ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย ด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ
  • กำหนดให้กรรมการตรวจสอบ เป็นผู้รายงานผลการประชุมต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อรับทราบและพิจารณาในคราวถัดไป
  • ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบหากพบหรือมีข้อสงสัยว่ามีรายการ หรือการกระทำดังต่อไปนี้ ซึ่งอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท ให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบและพิจารณาดำเนินการปรับปรุงแก้ไขต่อไป
    1. รายการที่เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    2. การทุจริต หรือมีสิ่งผิดปกติหรือมีความบกพร่องที่สำคัญในระบบควบคุมภายใน
    3. การฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ/หรือ ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และ/หรือ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
  • รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบให้คณะกรรมการบริษัททราบอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง
  • จัดทำรายงานคณะกรรมการตรวจสอบโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
    1. ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้อง ครบถ้วน เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงินของบริษัท
    2. ความเห็นเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงและความเพียงพอของระบบควบคุมภายในของบริษัท
    3. ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
    4. ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี
    5. ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    6. จำนวนครั้งของการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมประชุมของกรรมการตรวจสอบแต่ละท่าน
    7. ความเห็นหรือข้อสังเกตุโดยรวมที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตร (Charter) คณะกรรมการตรวจสอบ
    8. รายการอื่นที่เห็นว่าผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบ ภายใต้ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท

ในปี 2559 คณะกรรมการตรวจสอบจัดให้มีการประชุม 7 ครั้ง การเข้าร่วมประชุมของกรรมการ เป็นดังนี้

รายชื่อ ตำแหน่ง การเข้าประชุม/จำนวนครั้งที่ประชุม
1. นายวิทยา  คชรักษ์ ประธานกรรมการตรวจสอบ 7/7
2. นายไมตรี ลักษณโกเศศ กรรมการตรวจสอบ 7/7
3. น.ส.ภาษิตา กิจยโภค* กรรมการตรวจสอบ 2/2
4. นายนริศ ศรีนวล กรรมการตรวจสอบ 6/7
5. นางสุทธารักษ์ ปัญญา* กรรมการตรวจสอบ 5/5

* กรรมการลำดับที่ 5 เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจสอบ แทนกรรมการลำดับที่ 3 ซึ่งครบวาระ และเป็นผู้ซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ด้านบัญชีการเงินเพียงพอในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงิน

คณะกรรมการสรรหาค่าตอบแทนและบรรษัทภิบาล

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาค่าตอบแทนและบรรษัทภิบาล ประกอบด้วย กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารของบริษัทฯจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน โดยกรรมการสรรหาฯ ส่วนใหญ่ และประธานกรรมการ ต้องเป็นกรรมการอิสระ

คณะกรรมการสรรหาค่าตอบแทนและบรรษัทภิบาล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 ประกอบด้วยกรรมการอิสระ และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร จำนวน 4 คน ดังนี้

ชื่อ-นามสกุล ตำแหน่ง
1. นายเสริมศักดิ์ จารุมนัส ประธานกรรมการสรรหาค่าตอบแทนและบรรษัทภิบาล
2. นายสงวน ตังเดชะหิรัญ กรรมการสรรหาค่าตอบแทนและบรรษัทภิบาล
3. นายไมตรี ลักษณโกเศศ กรรมการสรรหาค่าตอบแทนและบรรษัทภิบาล
4. นางสุทธารักษ์ ปัญญา กรรมการสรรหาค่าตอบแทนและบรรษัทภิบาล

โดยมี นางสาววรรณฤดี สุวพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการสรรหาค่าตอบแทนและบรรษัทภิบาล

ภารกิจ และความรับผิดชอบ ของ คณะกรรมการสรรหาค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล

  • ด้านการสรรหา
    1. กำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ และวิธีการในการสรรหากรรมการ และผู้มีอำนาจในการจัดการ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ และส่งนโยบายดังกล่าวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อมีการร้องขอ
    2. คัดเลือกและเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามระเบียบกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด เพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท กรรมการในคณะกรรมการชุดย่อย ผู้ที่มีอำนาจในการจัดการ และที่ปรึกษาบริษัท ให้คณะกรรมการบริษัท พิจารณาตามที่เหมาะสม
    3. ดูแลให้ คณะกรรมการและคณะกรรมการชุดย่อยมีขนาดและองค์ประกอบที่เหมาะสมกับองค์กร รวมถึงมีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยจะต้องประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ความสามารถทักษะและประสบการณ์ในด้านต่างๆ
    4. เปิดเผยนโยบายและรายละเอียดของกระบวนสรรหาในรายงาน ประจำปีของบริษัท
  • ด้านค่าตอบแทน
    1. กำหนดนโยบายจ่ายค่าตอบแทนและผลประโยชน์อื่น ให้แก่ กรรมการบริษัท ผู้มีอำนาจในการจัดการ และที่ปรึกษาบริษัท โดยมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โปร่งใสและนำเสนอให้คณะกรรมการบริษัท พิจารณาอนุมัติและ/หรือนำเสนอ เพื่อขอความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น แล้วแต่กรณี
    2. ดูแลให้กรรมการบริษัทและผู้มีอำนาจในการจัดการ ได้รับ ผลตอบแทนที่เหมาะสมกับหน้าที่ และความรับผิดชอบ
    3. กำหนดแนวทางในการประเมินผลงานของกรรมการบริษัท และผู้มีอำนาจในการจัดการเพื่อพิจารณาผลตอบแทนประจำปี
    4. เปิดเผยนโยบายเกี่ยวกับการกำหนดค่าตอบแทนและเปิดเผย ค่าตอบแทนในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งจัดทำรายงานการกำหนดค่าตอบแทน โดยอย่างน้อย ต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับเป้าหมาย การดำเนินงาน และ ความเห็นของคณะกรรมการสรรหาฯ ไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท
    5. เสนอแนะค่าตอบแทนที่เหมาะสมของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อยต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อให้ความเห็นชอบ ก่อนเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติ
    6. ทบทวนข้อเสนอของคณะกรรมการบริหาร เรื่องนโยบายจ่าย ค่าตอบแทนแผนการกำหนดค่าตอบแทนและผลประโยชน์พิเศษอื่นสำหรับพนักงานบริษัท นอกเหนือจากค่าจ้าง เช่นโบนัส เงินเพิ่มค่าวิชาชีพ เป็นต้น เพื่อเสนอแนะต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาอนุมัติ
    7. ทบทวนเป้าหมายและหลักเกณฑ์การปฏิบัติงาน (Performance Target and Criteria) สำหรับบริษัท ประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ และเสนอแนะต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ
    8. เสนอแนะค่าตอบแทนและผลประโยชน์ที่เหมาะสมสำหรับ ประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ เลขานุการบริษัท และเลขานุการคณะกรรมการชุดต่างๆ ต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ
  • ด้านบรรษัทภิบาล
    1. เสนอคำแนะนำ และแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีต่อคณะกรรมการบริษัทฯ
    2. กำกับดูแลการปฏิบัติงานของกรรมการ และฝ่ายจัดการ เพื่อให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
    3. ทบทวนแนวทางหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ โดยเปรียบเทียบกับแนว ปฏิบัติของสากล และเสนอแนะต่อคณะกรรมการบริษัทฯ
    4. มอบนโยบายและแนวปฏิบัติในการดำเนินงานด้านบริหารการพัฒนาอย่างยั่งยืน(Sustainability Development Management : SDM) ซึ่งรวมถึงการดำเนินงานด้านการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม (Corporate Social Responsibility : CSR)
    5. วางกรอบแนวทางการกำกับดูแลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชั่นของบริษัทฯ
  • คณะกรรมการสรรหา ค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล ควรประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของตนเองเป็นประจำ และนำเสนอผลการประเมินต่อคณะกรรมการบริษัท
  • คณะกรรมการสรรหา ค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล อาจพิจารณาภารกิจในด้านสรรหาค่าตอบแทน และด้านบรรษัทภิบาล สำหรับบริษัทในกลุ่มธุรกิจพลังงาน และสาธารณูปโภค หรือบริษัทลูกทั้งหมด หรือบางส่วนได้ตามความเหมาะสม และตามที่เห็นสมควร
  • ดำเนินการใดๆ ตามหน้าที่ ที่กฎหมาย กฏ ประกาศ ระเบียบ หรือคำสั่งของทางการที่เกี่ยวข้องกำหนด

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการสรรหาค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาล

  • พิจารณาสรรหาบุคคลที่มีคุณวุฒิ และประสบการณ์ เพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท แทนตำแหน่งที่ว่างลง
  • ทบทวน และนำเสนอคำแนะนำเกี่ยวกับค่าตอบแทนและผลประโยชน์อื่นของกรรมการของบริษัท ต่อที่ประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้นของบริษัท
  • พิจารณากำหนดค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูงของบริษัท
  • ทบทวน และนำเสนอ คำแนะนำเกี่ยวกับหลักกำกับดูแลกิจการต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิบัติที่ดีตามประกาศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย และมาตรฐานสากล
  • ดูแลการดำเนินงานของบริษัทให้สอดคล้องกับหลักกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท
  • รายงานการกำกับดูแลกิจการต่อคณะกรรมการบริษัท

ในปี 2559 คณะกรรมการสรรหาฯ จัดให้มีการประชุม 6 ครั้ง การเข้าร่วมประชุมของกรรมการ เป็นดังนี้

รายชื่อ ตำแหน่ง การเข้าประชุม/จำนวนครั้งที่ประชุม
1. นายเสริมศักดิ์ จารุมนัส ประธานกรรมการสรรหาฯ 6/6
2. นายสงวน ตังเดชะหิรัญ กรรมการกรรมการสรรหาฯ 6/6
3. นายไมตรี ลักษณโกเศศ กรรมการกรรมการสรรหาฯ 5/6
4. น.ส.ภาษิตา กิจยโภค* กรรมการกรรมการสรรหาฯ 2/2
5. นางสุทธารักษ์ ปัญญา* กรรมการกรรมการสรรหาฯ 2/3

* กรรมการลำดับที่ 5 เข้าดำรงตำแหน่งแทนกรรมการ ลำดับที่ 4 ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2559 เมื่อ วันที่ 16 พฤษภาคม 2559

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร (Corporate Risk Management Committee : CRMC) ได้จัดตั้งขึ้นตามมติของคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 10/2557 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2557 โดยได้มีการกำหนดขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบ ให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับภาระกิจของบริษัทฯ คณะกรรมการบริษัทได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาระบบบริหารความเสี่ยงที่เป็นระบบขึ้นภายในองค์กร ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญประการหนึ่งของการบริหารจัดการของบริษัทฯ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กรจะให้การสนับสนุนและปฏิบัติการในนามของคณะกรรมการบริษัท ซึ่งอาศัยหลักการพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการขององค์กรที่ดี (Good Corporate Governance) โดยมีการเชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ ภารกิจ และเป้าหมายขององค์กร และให้มีกรอบการบริหารจัดการความเสี่ยงองค์กรตามแนวทางสากล (COSO Enterprise Risk Management Framework : COSO ERM) รวมถึงส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งบริษัท และปลูกฝังให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของบริษัทฯ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทสามารถเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผลว่าการดำเนินงานของบริษัทฯ มุ่งไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 ประกอบด้วยกรรมการ 5 คน ดังนี้

ชื่อ-นามสกุล ตำแหน่ง
1. นายนริศ ศรีนวล ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร (กรรมการอิสระ)
2. นายสงวน ตังเดชะหิรัญ กรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร (กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร)
3. นายเสริมศักดิ์ จารุมนัส กรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร (กรรมการอิสระ)
4. นายพงษ์ศักดิ์ ศิริคุปต์ กรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร (กรรมการที่เป็นผู้บริหาร)
5. นายไพฑูรย์ กำชัย กรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร (กรรมการที่เป็นผู้บริหาร)

โดยมี นายศุภกฤต เนื้อทอง ผู้จัดการฝ่ายบัญชี ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร

ภาระกิจและหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร

  • กำหนด และทบทวนนโยบาย กรอบการบริหารความเสี่ยงองค์กร
  • กำกับดูแล และสนับสนุนให้มีการดำเนินงานด้านการบริหารความเสี่ยงองค์กรสอดคล้องกับกลยุทธ์ และเป้าหมายทางธุรกิจ และการปฏิบัติตามมาตรการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นรวมถึงสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
  • ให้ข้อเสนอแนะ แนวทาง ติดตาม และประเมินผลการบริหารความเสี่ยงต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับจัดการ (Risk Management Committee: RMC) เพื่อนำไปดำเนินการ
  • พิจารณารายงานผลการบริหารความเสี่ยงองค์กร และให้ข้อคิดเห็นในความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งแนวทางการกำหนดมาตรการควบคุม หรือบรรเทา (Mitigation Plan) และการพัฒนาระบบการจัดการบริหารความเสี่ยงองค์กรให้แก่ RMC เพื่อให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องและอยู่ในระดับที่ยอมรับได้
  • สนับสนุนการดำเนินงานของ Chief Risk Officer สมาชิกใน RMC ให้บรรลุเป้าหมายของการบริหารความเสี่ยงองค์กร
  • รายงานผลการบริหารความเสี่ยงองค์กรให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบ และในกรณีที่มีปัจจัยหรือเหตุการณ์สำคัญ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อบริษัท อย่างมีนัยสำคัญ ต้องรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อทราบและพิจารณาโดยเร็วที่สุด
  • ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย

อนึ่ง การสอบทานระบบบริหารความเสี่ยงองค์กรยังคงเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบและสำนักงานตรวจสอบ

ในปี 2559 คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร จัดให้มีการประชุม 7 ครั้ง การเข้าร่วมประชุมของกรรมการเป็นดังนี้

รายชื่อ ตำแหน่ง การเข้าประชุม/จำนวนครั้งที่ประชุม
1. นายนริศ ศรีนวล ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร 7/7
2. นายสงวน ตังเดชะหิรัญ กรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร 6/7
3. นายเสริมศักดิ์ จารุมนัส กรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร 6/7
4. นายพงษ์ศักดิ์ ศิริคุปต์ กรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร 7/7
5. นายไพฑูรย์ กำชัย กรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร 7/7

คณะกรรมการบริหาร

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร จากกรรมการบริษัท ที่เป็นผู้บริหาร ของบริษัท โดยกำหนดให้กรรมการผู้จัดการเป็นประธานกรรมการบริหารโดยตำแหน่ง

คณะกรรมการบริหาร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 ประกอบด้วยกรรมการบริษัท ซึ่งเป็นผู้บริหารในระดับ กรรมการผู้จัดการ และรองกรรมการผู้จัดการ 2 คน ดังนี้

ชื่อ-นามสกุล ตำแหน่ง
1. นายพงษ์ศักดิ์ ศิริคุปต์ ประธานกรรมการบริหาร
2. นายไพฑูรย์ กำชัย กรรมการบริหาร

โดยมี นายไพฑูรย์ กำชัย รองกรรมการผู้จัดการ สายงานบัญชี การเงิน และทรัพยากรบุคคล ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการบริหาร

ขอบเขต อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหาร

  • กำหนดกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
  • พิจารณากลั่นกรองในเรื่องดังต่อไปนี้ เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ
    1. แผนยุทธศาสตร์ของบริษัทฯ
    2. งบประมาณประจำปี (Annual Estimate Budget) ซึ่งเป็นไปตามแผนยุทศาสตร์ของบริษัทฯ
    3. กิจกรรมและการปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับการควบรวมและซื้อกิจการ
    4. การแต่งตั้งผู้บริหารระดับรองกรรมการผู้จัดการ
  • มีอำนาจสั่งการ วางแผน และดำเนินกิจการของบริษัทให้เป็นไปตามนโยบายที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด
  • กำหนดแผน และแนวทางเกี่ยวกับการลงทุน และการระดมทุนตามนโยบายของบริษัท
  • บริหารและกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามงบประมาณ และเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้
  • เสนอการจัดสรรกำไรเป็นสำรองตามกฎหมายต่อคณะกรรมการบริษัท และนำเสนอผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติ
  • การแต่งตั้งผู้บริหารระดับผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและผู้ช่วยกรรมการอาวุโส
  • รับผิดชอบการบริหารทรัพยากรบุคคลสำหรับผู้บริหารระดับสูง
  • มีอำนาจพิจารณากำหนดสวัสดิการพนักงานให้เหมาะสมกับสภาพการ ประเพณี และสอดคล้องกับกฎหมายที่บังคับใช้อยู่
  • เสริมสร้าง และผลักดันให้เกิดแรงจูงใจของพนักงาน
  • มีอำนาจอนุมัติการแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารที่จำเป็น รวมถึงกำหนดอัตราค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม
  • อนุมัติการเข้าทำบันทึกข้อตกลงเพื่อการทำสัญญาร่วมทุน (MOU-Joint Venture Agreement) ในโครงการลงทุนต่างๆ ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนในส่วนของบริษัทจำนวนไม่เกิน 200 ล้านบาท
  • มีอำนาจอนุมัติ การซื้อขายทรัพย์สินถาวร การให้กู้ยืมเงิน และการลงทุน การเสนอราคา การจัดซื้อจัดจ้าง การเข้าทำสัญญา หรือการทำนิติกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการค้าโดยปกติ และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของบริษัท ดังนี้
    • วงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท สำหรับการซื้อขายทรัพย์สินถาวร การให้กู้ยืมเงิน และการลงทุน
    • วงเงินไม่เกิน 1,500 ล้านบาท สำหรับการเสนอ ราคาในกรณีธุรกิจปกติ
    • วงเงินไม่เกิน 500 ล้านบาท สำหรับการเสนอราคาในกรณีธุรกิจอื่น
    • วงเงินไม่เกิน 1,500 ล้านบาท สำหรับการกู้ยืมเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง การเข้าทำสัญญา / นิติกรรมใดๆ ทีเกี่ยวข้องกับธุรกิจการค้าโดยปกติ ตามวัตถุประสงค์ของบริษัท
    • วงเงินไม่เกิน 500 ล้านบาท สำหรับการกู้ยืมเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง การเข้าทำสัญญา / นิติกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการค้าอื่น ตามวัตถุประสงค์ของบริษัท
  • ในกรณีที่กำหนดไว้ในแผนธุรกิจ หรืองบประมาณที่คณะกรรมการบริษัท อนุมัติไว้แล้ว คณะกรรมการบริหาร สามารถดำเนินการได้โดยไม่จำกัดวงเงิน
  • การออกหนังสือค้ำประกันให้แก่บุคคลที่ 3 ต้องผ่าน การอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท
    ยกเว้น กรณีธุรกิจปกติตามวัตถุประสงค์ของบริษัท
  • อนุมัติการดำเนินการจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน และสิทธิประโยชน์ของบริษัทและบริษัทย่อย อันเป็นการประกอบธุรกิจทางการค้าปกติหรือรายการสนับสนุนธุรกิจปกติของบริษัทฯ
  • อนุมัติการตั้ง การเพิ่ม การลด หรือการยกเลิก สำรองทางบัญชีต่างๆ อาทิ ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ค่าเผื่อผลขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุน ค่าเผื่อผลขาดทุนของโครงการระหว่างการดำเนินการ เป็นต้น ในวงเงินรวมไม่เกินครั้งละ 10 ล้านบาท
  • พิจารณาวาระต่างๆ ก่อนเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท

ทั้งนี้ การมอบหมายอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหารดังกล่าวข้างต้นนั้นต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของกฎหมายและกฎระเบียบข้อบังคับของบริษัท ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารไม่มีอำนาจในการดำเนินการใดๆ ในหรือเกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกัน รายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ที่สำคัญของบริษัท และ/หรือ รายการหรือเรื่องที่คณะกรรมการบริหารหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง มีส่วนได้เสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์อื่นใดที่จะทำขึ้นกับบริษัทและบริษัทย่อย (ถ้ามี) ในกรณีดังกล่าว ให้คณะกรรมการบริหารนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการตรวจสอบ และ/หรือคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป โดยกรรมการบริหารท่านนั้นและบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งจะไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในการประชุมคณะกรรมการบริษัทในเรื่องดังกล่าว

ในปี 2559 คณะกรรมการบริหารจัดให้มีการประชุม 16 ครั้ง การเข้าร่วมประชุมของกรรมการ เป็นดังนี้

รายชื่อ ตำแหน่ง การเข้าประชุม/จำนวนครั้งที่ประชุม
1. นายพงษ์ศักดิ์ ศิริคุปต์ ประธานกรรมการบริหาร 16/16
2. นายสุวัฒน์ จรดล* กรรมการบริหาร 7/16
3. นายไพฑูรย์ กำชัย กรรมการบริหาร 16/16

* กรรมการลำดับที่ 2 ลาออกจากการเป็นกรรมการบริหารเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559

การสรรหา และแต่งตั้งคณะกรรมการ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ

  • กรรมการอิสระ

    มีจำนวน ร้อยละ 50 ของกรรมการบริษัท ประกอบด้วย

    1. นายวิทยา คชรักษ์
    2. นายไมตรี ลักษณโกเศศ
    3. นายเสริมศักดิ์ จารุมนัส
    4. นายนริศ ศรีนวล
    5. นางสุทธารักษ์ ปัญญา

    ข้อกำหนดคุณสมบัติกรรมการอิสระของเด็มโก้ มีความเข้มข้นกว่าขั้นต่ำของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยกรรมการอิสระ (Independent Director) ของเด็มโก้ ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

    1. ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิ์ออกเสียงทั้งหมดของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท ทั้งนี้ ให้นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระรายนั้นๆ ด้วย
    2. ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้รับเงินเดือนประจำ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ทั้งนี้ ลักษณะต้องห้ามดังกล่าวไม่รวมถึงกรณีที่กรรมการอิสระเคยเป็นข้าราชการ หรือที่ปรึกษา ของส่วนราชการซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ
    3. ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมาย ในลักษณะที่เป็น บิดามารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตรของผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย
    4. ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทใหญ่ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ความสัมพันธ์ทางธุรกิจตามวรรคหนึ่ง รวมถึงการทำรายการทางการค้าที่กระทำเป็นปกติเพื่อประกอบกิจการ การเช่าหรือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ รายการเกี่ยวกับสินทรัพย์หรือบริการ หรือการให้หรือรับความช่วยเหลือทางการเงิน ด้วยการรับหรือให้กู้ยืม ค้ำประกัน การให้สินทรัพย์เป็นหลักประกันหนี้สิน รวมถึงพฤติการณ์อื่นทำนองเดียวกัน ซึ่งเป็นผลให้ผู้ขออนุญาตหรือ คู่สัญญามีภาระหนี้ที่ต้องชำระต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ตั้งแต่ร้อยละ 3 ของสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของผู้ขออนุญาตหรือตั้งแต่ยี่สิบล้านบาทขึ้นไป แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า ทั้งนี้ การคำนวณภาระหนี้ดังกล่าวให้เป็นไปตามวิธีการคำนวณมูลค่าของรายการที่เกี่ยวโยงกันตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่เกี่ยวโยงกันโดยอนุโลมแต่ในการพิจารณาภาระนี้ดังกล่าว ให้นับรวมภาระหนี้ที่เกิดขึ้นในระหว่าง 1 ปีก่อนวันที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบุคคลเดียวกัน
    5. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย(ถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท โดยนับรวมผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย) ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของสำนักงานสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ สังกัดอยู่ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
    6. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใดๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่าสองล้านบาทต่อปีจากบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี
    7. ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัทฯ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่
    8. ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย หรือไม่เป็นหุ้นส่วนที่มีนัยในห้างหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่รับเงินเดือนประจำ หรือถือหุ้นเกินร้อยละ 1 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทอื่น ซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย
    9. ไม่มีลักษณะอื่นที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯ

    ทั้งนี้ ภายหลังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการอิสระของบริษัทแล้ว กรรมการอิสระอาจได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทให้ตัดสินใจในการดำเนินกิจการของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยในลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท โดยมีการตัดสินใจในรูปแบบขององค์คณะ (Collective Decision) ได้ โดยไม่ถือว่ากรรมการอิสระนั้นเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมในการบริหารงาน

  • การสรรหากรรมการ

    เมื่อตำแหน่งกรรมการของ เด็มโก้ ว่างลง คณะกรรมการสรรหาค่าตอบแทน และบรรษัทภิบาลจะพิจารณารายชื่อผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะเป็นกรรมการในคณะกรรมการบริษัท ให้เป็นไปตามข้อบังคับของบริษัท และข้อกำหนดของกฎหมาย กับหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้จะต้องมีความโปร่งใสและชัดเจน โดยการพิจารณาจะต้องมีประวัติการศึกษาและประสบการณ์การประกอบวิชาชีพของบุคคลนั้นๆ โดย พิจารณาคุณสมบัติ ดังนี้

    1. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ข้อบังคับของเด็มโก้ และการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท
    2. มีความรู้ ความสามารถ ความเป็นอิสระ ปฏิบัติหน้าที่กรรมการด้วยความระมัดระวังด้วยความซื่อสัตย์ (Duty of Care and Duty of Loyalty) สามารถทุ่มเทอุทิศเวลาได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย มีอายุที่เหมาะสม มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และจิตใจที่สมบูรณ์ สามารถเข้าประชุมคณะกรรมการอย่างสม่ำเสมอ มีการเตรียมตัวเป็นการล่วงหน้าก่อนการประชุมเป็นอย่างดี มีส่วนร่วมที่สร้างสรรค์ในการประชุม มีความตรงไปตรงมา มีความกล้าหาญในการแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม และ/หรือ เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง ประวัติการทำงาน และจริยธรรมที่ดีงาม และได้รับการยอมรับจากสังคม
    3. มีความรู้ความสามารถที่สำคัญต่อธุรกิจของบริษัท ได้แก่ ธุรกิจพลังงาน วิทยาศาสตร์ การบริหารรัฐกิจ วิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การบัญชีการตลาด การเงิน การคลัง และกฎหมาย

    ในส่วนของวิธีการ และขั้นตอนในการสรรหากรรมการ ระบุในโครงสร้างการจัดการ ภายใต้หัวข้อการแต่งตั้งและการพ้นตำแหน่งของกรรมการ

  • การสรรหาแต่งตั้ง ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ

    การคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม เข้าดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการนั้น คณะกรรมการบริษัท เป็นผู้แต่งตั้งฝ่ายบริหารเพื่อรับผิดชอบการดำเนินธุรกิจ โดยคณะกรรมการสรรหาค่าตอบแทนและบรรษัทภิบาล จะพิจารณาหลักเกณฑ์ และกระบวนการสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทฯ รวมถึงทบทวนแผนการสืบทอดตำแหน่ง พร้อมทั้งรายชื่อผู้ที่อยู่ในเกณฑ์เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาสืบทอดตำแหน่ง

ขอบเขตหน้าที่ และความรับผิดชอบของประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ

ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการของบริษัทฯ ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทฯ ให้ทำหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจตามปกติของบริษัทฯ โดยบริหารงานตามแผน และงบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฯ อย่างเคร่งครัด ซื่อสัตย์ สุจริต และรักษาผลประโยชน์สูงสุดแก่บริษัทฯ และผู้ถือหุ้นไม่ทำการใดที่มีส่วนได้เสีย หรือมีผลประโยชน์ลักษณะขัดแย้งกับบริษัทฯ และบริษัทย่อยของบริษัทฯ โดยมีหน้าที่ และความรับผิดชอบตามที่กำหนด ดังนี้

  1. เสนอแผนและแนวทางการบริหารให้แก่คณะกรรมการบริหารพิจารณา
  2. วางแผนและควบคุมการดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดโดยคณะกรรมการบริษัทและกรรมการบริหาร
  3. กำหนดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบให้แก่ผู้บริหารระดับสูง
  4. สรุปผลการดำเนินงานเพื่อนำเสนอคณะกรรมการบริหาร
  5. มีอำนาจจ้าง แต่งตั้ง ปลดออก ให้ออก ไล่ออก กำหนดอัตราค่าจ้าง ให้บำเหน็จรางวัล ปรับขึ้นเงินเดือนค่าตอบแทน โบนัส สำหรับพนักงานตั้งแต่รองกรรมการผู้จัดการลงมา
  6. มีอำนาจอนุมัติการลงทุน การซื้อขายทรัพย์สินถาวรของบริษัท การจัดซื้อจัดจ้าง การกู้ยืมเงิน การให้กู้ยืมเงิน การเข้าทำสัญญาหรือการทำนิติกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการค้าโดยปกติและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของบริษัท
    • วงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท สำหรับการซื้อขายทรัพย์สินถาวรและการให้กู้ยืมเงิน
    • วงเงินไม่เกิน 500 ล้านบาท สำหรับการเสนอราคาในกรณีธุรกิจปกติ
    • วงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท สำหรับการเสนอราคา ในกรณีธุรกิจอื่น
    • วงเงินไม่เกิน 500 ล้านบาท สำหรับการกู้ยืมเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง การเข้าทำสัญญา/นิติกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการค้าโดยปกติ ตามวัตถุประสงค์ของบริษัท
    • วงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท สำหรับการกู้ยืมเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง การเข้าทำสัญญา/นิติกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการค้าอื่น ตามวัตถุประสงค์ของบริษัท
  7. มีอำนาจกระทำการ และแสดงตนเป็นตัวแทนของบริษัทต่อบุคคลภายนอกในกิจการที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อบริษัท
  8. มีอำนาจอนุมัติการแต่งตั้งที่ปรึกษาด้านต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงกำหนดอัตราค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม
  9. ดำเนินกิจการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานทั่วไปของบริษัท หรือกิจการอื่นๆ ที่คณะกรรมการบริษัทและ/หรือ คณะกรรมการบริหารมอบหมาย
  10. มีอำนาจกระทำการขอวงเงิน Line Credit จากธนาคารหรือสถาบันการเงินสำหรับใช้บริหารจัดการโครงการต่างๆ ของบริษัท โดยไม่จำกัดวงเงิน เมื่อได้รับอนุมัติวงเงินแล้วในการเข้าผูกพันใช้เงินดังกล่าว ต้องมีการขออนุมัติตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ทุกครั้ง

ทั้งนี้ การมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการผู้จัดการดังกล่าวข้างต้นนั้น ต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของกฎหมายและกฎระเบียบข้อบังคับของบริษัท ทั้งนี้กรรมการผู้จัดการไม่มีอำนาจในการดำเนินการใดๆในเรื่องเกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกัน รายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ที่สำคัญของบริษัท และ/หรือรายการหรือเรื่องที่กรรมการผู้จัดการหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง มีส่วนได้เสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์อื่นใดที่จะทำขึ้นกับบริษัทและบริษัทย่อย (ถ้ามี) ในกรณีดังกล่าว ให้กรรมการผู้จัดการนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการตรวจสอบ และ/หรือคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป โดยกรรมการผู้จัดการจะไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในการประชุมคณะกรรมการบริษัทในเรื่องดังกล่าว

การกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทในเครือ

ในการกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทในเครือฯ นั้น คณะกรรมการบริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) ได้แต่งตั้งประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทในเครือฯ ที่บริษัทเด็มโก้ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 100 โดยประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการของบริษัทฯ จะเข้าไปดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ หรือกรรมการในคณะกรรมการบริษัทในเครือฯ นอกจากนี้ เด็มโก้ ยังได้จัดทำนโยบาย และแนวปฏิบัติต่างๆ ให้บริษัทในเครือฯ นำไปปฏิบัติ เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

การเข้าทำรายการที่เกี่ยวข้องกัน หรือการได้มา หรือการจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินของบริษัทฯ

ในกรณีที่บริษัทฯ หรือบริษัทย่อยของบริษัทฯ มีรายการที่เกี่ยวข้องกัน หรือการได้มา หรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินที่สำคัญของบริษัทฯ ตามหลักเกณฑ์ของ ตลท. บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามที่ ตลท. กำหนดไว้ในเรื่องดังกล่าว โดยขอความเห็นชอบของผู้ถือหุ้นในการตกลงเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือการได้มา หรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินที่สำคัญของบริษัทฯ โดยมีคะแนนเสียง ไม่ต่ำกว่าสามในสี่ ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้น หรือผู้รับมอบฉันทะที่มาประชุม และมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน โดยไม่นับส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้ส่วนเสีย

การส่งเสริมการกำกับดูแลกิจการที่ดีให้พนักงานบริษัทในบริษัทในเครือตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ กำหนดให้เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ทั้งของบริษัทฯ และบริษัทในเครือฯ ที่จะต้องรับทราบ และปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว รวมถึงจรรยาบรรณ นโยบายสำคัญ และระเบียบวิธีปฏิบัติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้ เพื่อให้เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการให้แก่พนักงานทุกระดับของบริษัทฯ และบริษัทในเครือฯ ผ่านการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการต่างๆ โดยบริษัทฯ ได้เชิญพนักงานบริษัทในเครือฯ เข้าร่วม และได้เผยแพร่บทความ และข่าวสารเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการไปสู่พนักงานในบริษัทในเครือฯ ด้วยเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ ส่งเสริมคุณธรรม นิติธรรม และมีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ จึงได้กำหนดให้คณะกรรมการฝ่ายจัดการได้มีการพิจารณาในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างรอบคอบ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีเหตุผลเป็นอิสระภายใต้จริยธรรมที่ดี ตลอดจนมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน เพื่อผลประโยชน์ของบริษัท และผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ ทั้งนี้บริษัทฯ ได้กำหนดมาตรฐานการดูแลข้อมูลภายใน เป็นลายลักษณ์อักษร และถือเป็นแนวปฏิบัติที่ทุกคนในองค์กรต้องถือปฏิบัติ

การดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน

บริษัทฯ กำหนดให้มีจรรยาบรรณด้านการรักษาความลับ และการใช้ข้อมูลภายในไว้ในคู่มือนโยบายการควบคุมการใช้ข้อมูลภายใน เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจ สำหรับคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานในการยึดถือปฏิบัติ ทั้งนี้เนื่องจากป้องกันข้อมูลภายในมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของบริษัท เพื่อให้การให้ข้อมูลข่าวสารต่อบุคคลภายนอกเป็นไปในแนวทางที่จะไม่เกิดผลเสียหายต่อธุรกิจ และชื่อเสียงของบริษัทฯ จึงกำหนดให้มีจรรยาบรรณเกี่ยวกับการรักษาความลับ และการใช้ข้อมูลภายใน ดังนี้

  1. กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างของบริษัทจะต้องรักษาความลับ และ/หรือ ข้อมูลภายในของบริษัท
  2. กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างของบริษัทจะต้องไม่นำความลับ และ/หรือ ข้อมูลภายในของบริษัทไปเปิดเผยหรือแสวงหาผลประโยชน์แก่ตนเองหรือเพื่อประโยชน์แก่บุคคลอื่นใดไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมและไม่ว่าจะได้รับผลตอบแทนหรือไม่ก็ตาม
  3. กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างของบริษัทจะต้องไม่ทำการซื้อขาย โอนหรือรับโอน หลักทรัพย์ของบริษัทโดยใช้ความลับและ/หรือ ข้อมูลภายในบริษัท และ/หรือเข้าทำนิติกรรมอื่นใดโดยใช้ความลับและ/หรือข้อมูลภายในของบริษัท อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ข้อกำหนดนี้ให้รวมความถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างของบริษัทด้วย ผู้ใดที่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับดังกล่าวจะถือว่าได้กระทำผิดอย่างร้ายแรง

นอกจากนี้กรรมการและผู้บริหารทุกคนได้ลงนามรับทราบภาระหน้าที่ในการรายงานการถือหลักทรัพย์ของตนในบริษัทรวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะตลอดจนรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามมาตรา 59 และบทลงโทษตามมาตรา 275 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

กรรมการและผู้บริหารทุกท่านมีหน้าที่รายงานการถือครองหลักทรัพย์ของตน รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ดังนี้

  1. การรายงานการถือหลักทรัพย์ครั้งแรก (แบบ 59-1) ภายใน 30 วันนับแต่วันปิดเสนอขาย หลักทรัพย์ต่อประชาชน หรือวันที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ หรือผู้บริหาร
  2. การรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ (แบบ 59-2) ทุกครั้งเมื่อมีการซื้อขาย โอน หรือรับหลักทรัพย์ภายใน 3 วัน นับแต่วันที่เกิดรายการขึ้น พร้อมทั้งส่งสำเนารายงานนี้ให้คณะกรรมการบริหารของบริษัทฯเพื่อเก็บเป็นหลักฐานทุกครั้ง

ค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี

  1. ค่าตอบแทนจากการสอบบัญชี (Audit Fee)

    ในปี 2559 บริษัทจ่ายค่าตอบแทนการสอบบัญชี ให้แก่ผู้สอบบัญชีของบริษัทได้แก่ นางสาวจินตนา มหาวนิช ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทะเบียนเลขที่ 4687 แห่งบริษัทสำนักงานสอบบัญชี ซี แอนด์ เอ จำกัด จำนวน 1.550 ล้านบาท นอกจากนี้สำนักงานสอบบัญชี ซี แอนด์ เอ ยังเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทย่อย 2 แห่ง คือ บริษัท เด็มโก้ อินดัสตรี จำกัด และบริษัท เด็มโก้ เพาเวอร์ จำกัด ค่าตอบแทนผู้สอบบัญชีแห่งละ 0.350 ล้านบาท และ 0.400 ล้านบาท ตามลำดับ

  2. ค่าบริการอื่น (Non-audit Service)

    ในปี 2559 บริษัทได้จ่ายค่าบริการให้บริษัทสำนักงานสอบบัญชี ซี แอนด์ เอ จำกัด ในเรื่อง ค่าเบี้ยเลี้ยงและค่ายานพาหนะ ของผู้สอบบัญชี เป็นจำนวนเงินรวม 0.28 ล้านบาท สำหรับบริษัทย่อย ไม่มีค่าบริการอื่น